Column ประจำ
Sponsor

สัมผัสประสบการณ์ training maxillo ที่ชลบุรี

โดย : ทญ. จริยา พรสุมาลี, ทญ. จริญดา ไทยแสงสง่า
Tags : maxillo , โรงพยาบาลชลบุรี , resident

" อาจารย์ครับ ต้องขอโทษที่ผมโทรมาปลุกอาจารย์ตอนตี 3 พอดีมี case emergency จะรายงานอาจารย์ครับ เป็นผู้ป่วยหญิงไทย โสด อายุ 25 ปี ขับรถยนต์ชนกับรถบรรทุก ตอนตีหนึ่ง มูลนิธินำส่งโรงพยาบาล คนไข้มี multiple injuries ER ตามเราไปดูคนไข้ แรกรับ vital sign BP 90/60 pulse 130หายใจ 24 ครั้ง/นาที coma score E3 M5V3 pupil 3 mm. react to light both eyes คนไข้หายใจเองได้ดี มีปัญหาเรื่อง shock คนไข้มี guarding ที่ท้อง หมอศัลย์มาดูแล้วสงสัยมี bleed ในท้อง ได้ทำ FAST ผล negative ที่ขาขวามี close fracture ของ femur บวมไม่มาก เขาสงสัยว่า shock อาจจะเกิดจาก bleed ที่หน้าคนไข้มีแผลที่จมูกและริมฝีปากบน มีเลือดออกจากจมูกและปาก maxilla floating มี split palate บริเวณ 11,21 ที่mandible มี fracture ที่ symphysis ผมได้ pack จมูกด้วย gauze และเย็บแผลยังมีเลือดซึมอยู่เล็กน้อยได้ load normal saline 200 cc BPขึ้นมาเล็กน้อย ตอนนี้คนไข้เริ่มมีหายใจหอบเหนื่อย ผมจะเตรียมใส่ tube เลยโทรมาเรียนอาจารย์ครับ "

" ได้เลยหมอใส่ tube เลยเปิดเส้นอีกเส้นแล้ว load fluid อีก ให้พยาบาลเจาะ hematocrit เตรียมเลือดไว้ด้วยพี่จะลงไปดูเดี๋ยวนี้ "

นี่เป็นรายงานคนไข้ที่ เรสซิเดนท์ maxillo (oral and maxillofacial surgery) รายงานอาจารย์ โดยเรสซิเดนท์ต้องอยู่เวรรับคนไข้นอกเวลาราชการ และเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมทันตแพทย์ประจำบ้านของโรงพยาบาลชลบุรี สะท้อนภาพการทำงานของเรสซิเดนท์ที่ชาวทันตแพทย์อาจจะไม่คุ้นเคยนัก

ย้อนไปในปี 2535 โรงพยาบาลชลบุรี ได้ตัดสินใจ เปิดโครงการฝึกอบรมทันตแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียลขึ้นเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุขที่เปิดการฝึกอบรม และเป็นแห่งที่ 2 ต่อจากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รับทันตแพทย์เข้าฝึกอบรม 3-4 คน โดยใช้หลักสูตร 3 ปี จวบจนปัจจุบันมีทันตแพทย์ผ่านการฝึกอบรมไปแล้วจำนวน 77 คนกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ผลงานของเรสซิเดนท์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากที่นี่เป็นที่กล่าวถึงโดยทั่วไป

วันนี้ผู้เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมทั้งผู้ให้การฝึกอบรม ผู้รับการฝึกอบรมได้เปิดใจ เปิดโอกาสให้ได้ซักถามนำเรื่องราวต่างๆ มาเล่าสู่กันฟัง ท่านแรกคือผู้ช่วยศาสตราจารย์(พิเศษ) ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ ผู้ริเริ่มโครงการ

พวกเราทุกคนทราบดีว่าศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียลเป็นส่วนหนึ่งของงานทันตกรรม แต่งานนี้มีความแตกต่างจากงานอื่นๆ ตรงที่ต้องอาศัยโรงพยาบาลเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำผ่าตัดใหญ่ ดูแลคนไข้ในโรงพยาบาลและคนไข้ฉุกเฉิน ต้องทำงานร่วมกับแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ในโรงพยาบาล ด้วยเหตุนี้การฝึกอบรมโดยใช้โรงพยาบาลเป็นฐานในการฝึกอบรม ใช้ทรัพยากรต่างๆ ในโรงพยาบาลมาช่วยสนับสนุนจึงน่าจะทำให้ผู้เข้าฝึกอบรม มีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์ ที่สามารถนำไปใช้ได้เลยเมื่อสำเร็จการฝึกอบรม ไม่ต้องปรับตัวอีก ผมจึงมีแนวคิดในการจัดฝึกอบรมในโรงพยาบาลชลบุรี ความจริงแนวคิดนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่ ในต่างประเทศก็ทำกัน

ผมได้ปรึกษากับผู้อำนวยการโรงพยาบาลและอาจารย์เชื้อโชติ หังสสูต ทั้ง 2 ท่านให้การสนับสนุน ประกอบกับขณะนั้นกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายสนับสนุนให้มีการเปิดการศึกษาฝึกอบรมระดับหลังปริญญาในโรงพยาบาลของกระทรวงด้วย ผมจึงทำโครงการนี้ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามในตอนนั้นมีผู้บริหารด้านการศึกษาในคณะทันตแพทยศาสตร์ บางท่านไม่เห็นด้วยเนื่องจากเห็นว่าโรงพยาบาลไม่ใช้สถานศึกษาอาจไม่มีความพร้อมด้านวิชาการแต่ผมเชื่อเสมอว่า โรงพยาบาลคือโรงเรียน ด้วยโรงพยาบาลไม่ใช่แค่สถานที่รักษาคนไข้อย่างเดียว โรงพยาบาลคือสถานที่สอนนักเรียน สอนหมอ สอนพยาบาลด้วย คนไข้ไม่ใช่แค่ผู้มารับบริการ คนไข้คือครู ครูที่สอนนักเรียนสอนพยาบาลและสอนหมอด้วย วันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขสามารถเป็นโรงเรียนแพทย์ได้ โรงพยาบาลจึงสามารถให้การฝึกอบรมแพทย์ พยาบาลและทันตแพทย์ได้ด้วย

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเราไม่ใช่คณะทันตแพทยศาสตร์ เราจึงต้องพิสูจน์ด้วยผลงานเรสซิเดนท์ของเราต้องมีคุณภาพ มีคุณธรรม สามารถออกไปปฎิบัติงานได้อย่างเต็มขอบเขต และมีประสิทธิภาพทำงานร่วมกับแพทย์และผู้ปฎิบัติอื่นๆในโรงพยาบาลได้ เราจึงสอนด้วยความทุ่มเท ต้องขอบคุณอาจารย์แพทย์ในแผนกอื่นๆ ของโรงพยาบาลที่ช่วยสอนและไม่เคยแบ่งแยกว่าเราเป็นทันตแพทย์ ทำให้เรสซิเดนท์ของเรามีความรู้ และทักษะทางด้านการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

การฝึกอบรมเราใช้หลักสูตร 3 ปี ปีแรกอยู่ปฏิบัติงานในแผนกศัลยกรรมช่องปาก เพื่อศึกษาฝึกปฎิบัติงานทั่วไปเป็นผู้ช่วย พอขึ้นปี 2 เราส่งไปฝึกอบรมที่แผนกอายุรกรรมเป็นเวลา 2 เดือน เรสซิเดนท์ของเราทำตัวเหมือน extern ของแพทย์ไปอยู่กับ intern เรสซิเดนท์ อาจารย์แพทย์ จุดประสงค์ต้องการให้เรสซิเดนท์สามารถตรวจร่างกายด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง แปลผลแลบ เอ็กซเรย์ และอ่าน EKG ได้ ประเมินคนไข้เป็น มีประสบการณ์ดูแลคนไข้ที่มีโรคทางระบบต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน หัวใจ ตับ ไต เรสซิเดนท์สามารถทำหัตถการพื้นฐาน เช่น การเจาะ blood gas ทำ cut down เส้นเลือดดำได้ ทำ CPR เป็น ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการหมุนเวียนในแผนกอื่นๆต่อไปดังนี้

แผนกดมยาสลบ 3 เดือน เพื่อเรียนรู้การดูแลคนไข้ก่อนและหลังดมยาสลบ รู้ขั้นตอนการดมยาสลบ สามารถดมยาสลบภายใต้การดูแลของอาจารย์ เรียนรู้การแก้ไขปัญหาในระหว่างดมยาสลบ ฝึกหัดการใส่ท่อหายใจ (endotraceal intubation) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะงานทางด้านศัลยกรรมช่องปากนั้นเกี่ยวข้องกับ air way นอกจากนี้ยังได้ฝึกงานในหอผู้ป่วยหนัก (ICU) เพื่อฝึกทักษะการดูแลคนไข้หนัก การปรับเครื่องช่วยหายใจ

แผนกศัลยกรรมทั่วไป เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อฝึกทักษะพื้นฐานต่างๆทางด้านศัลยกรรรม รวมทั้งการดูแลคนไข้ฉุกเฉินทางด้านศัลยกรรม การดูแลคนไข้อุบัติเหตุ การรักษาผู้ป่วยช็อก

แผนกศัลยกรรมประสาท เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อมีความรู้และทักษะในการประเมินและดูแลคนไข้บาดเจ็บที่ศีรษะ เรสซิเดนท์ต้องอยู่เวรรับคนไข้ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างหนักเนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมาก จากนั้นไปอยู่แผนก หู คอ จมูกและแผนกศัลยกรรมตกแต่ง แผนกละ 1 เดือน เพื่อเรียนรู้และฝึกหัดทักษะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

แผนกพยาธิวิทยาช่องปาก ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรียนรู้ การจัดเตรียมชิ้นเนื้อ เพื่ออ่านด้วยกล้องจุลทรรศน์ ได้เรียนรู้ ลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาของเนื้องอกชนิดต่างๆของอวัยวะช่องปาก และกระดูกขากรรไกร

เมื่อหมุนเวียนครบแผนกแล้ว เรสซิเดนท์จะกลับมาเป็นหัวหน้าทันตแพทย์ประจำบ้าน หรือ ชีพเรสซิเดนท์ที่โรงพยาบาลชลบุรี หมุนเวียนไปฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสบการณ์และสร้างเครือข่ายการทำงานในโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุขตามจังหวัดต่างๆได้แก่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ฉะเชิงเทรา นครศรีธรรมราช ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เรสซิเดนท์ จะได้รับการฝึกดูแลคนไข้ด้วยตนเอง โดยมีอาจารย์เป็นผู้ดูแลและให้คำปรึกษา ฝึกการเป็นผู้นำในการดูแล และสอนน้องๆ รับผิดชอบบริหารกิจกรรมต่างๆ ในแผนกให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งการดูแลคนไข้ และ กิจกรรมด้านการเรียนการสอน

ในระหว่างการฝึกอบรมเรสซิเดนท์ ทุกคนต้องทำงานวิจัย และนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียลแห่งประเทศไทยด้วย

เราส่งเรสซิเดนท์ ไปปฎิบัติธรรมตั้งแต่รุ่นที่ 1 ไปอยู่สวนโมกข์ เป็นเวลา 7 วัน อาจารย์ก็ไปด้วย เรามีจุดมุ่งหมายต้องการสร้างหมอศัลย์ที่ดีและเก่ง หมอที่ดีต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ต้องเป็นคนดี มีศีลธรรม มีคุณธรรมรู้จักตัวเอง มีสติ ไม่ทำอะไรสุดโต่ง ไม่เห็นแก่ตัว มีความกตัญญู ศาสนาพุทธสอนสิ่งต่างๆเหล่านี้ เรสซิเดนท์ได้ฝึกหัดนั่งสมาธิ เดินจงกรม มีอาจารย์สอนธรรมมะ เวลาหนึ่งสัปดาห์จึงมีค่า แม้จะเป็นเวลาไม่มากแต่สิ่งที่ได้จะเป็นพื้นฐานในการศึกษาและปฎิบัติต่อไปในอนาคตและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตอนหลังเราได้เปลี่ยนจากสวนโมกข์ มาเป็นที่ยุวพุทธิกสมาคม แห่งประเทศไทย

เรสซิเดนท์ทุกคนต้องพักในโรงพยาบาล ปี 1 จะอยู่รวมกันทุกคน ต้องตื่นแต่เช้า ขึ้นดูคนไข้ที่ ward ตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้า ทำงานต่างๆ บน ward และ round ward กับ ชีพเรสซิเดนท์ร่วมกับอาจารย์ หลังจากนั้นจะลงมาทำงานในคลินิกหรือเข้าห้องผ่าตัด

กิจกรรมทางวิชาการจะมี conference ทุกเช้าวันจันทร์ ตอนเวลา 7.30 น. grand round คนไข้ทุกเช้าวันพุธเวลา 8.00 น.และเข้าฟังบรรยายของอาจารย์เวลา 7.30 น. ทุกวันศุกร์ ช่วงบ่ายวันจันทร์ พุธ ศุกร์เป็นconference หรือjournal club ที่เรสซิเดนท์ถูกมอบหมายให้เป็นผู้จัดเตรียมและนำเสนอต่อที่ประชุม ตอนเย็น อาจจะมี round ward อีกครั้ง หลังจากนั้นกลับหอ อ่านหนังสือหรือเตรียม conference ที่รับผิดชอบ งานของเรสซิเดนท์ที่ชลบุรีจึงเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก

ในระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา มีเรสซิเดนท์ผ่านการฝึกอบรมไปแล้ว 77 คน กำลังอยู่ในระหว่างการฝึกอบรม 13 คน ส่วนใหญ่กลับไปปฎิบัติงานในกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศทุกภาค มีบางส่วนอยู่ในโรงพยาบาลของ กทม. ทหาร ตำรวจ เป็นอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ และบางส่วนทำงานในภาคเอกชน เรามีการติดต่อกันอยู่เสมอ มีการจัดประชุมและกิจกรรมต่างๆ โดยชมรมศิษย์เก่า และมีการติดต่อกันทาง Line หรือ facebook อยู่เสมอ ศิษย์เก่าของเราได้รับการยกย่องเป็นทันตแพทย์ดีเด่น ของชมรม โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป 2 คน คือ ทันตแพทย์ธนศักดิ์ เชงสันติสุข และทันตแพทย์หญิงชลธิชา อารมณ์เสรี เป็นทันตแพทย์ดีเด่นภาคใต้ 1 คน คือทันตแพทย์ชัยฤกษ์ จุฑากิตติ เป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน 2 แห่ง คือที่โรงพยาบาลขอนแก่น และโรงพยาบาลหาดใหญ่

เมื่อไรก็ตามที่นั่งนึกย้อนไปถึงชีวิตสมัย train resident maxilla ที่ชลบุรี ต้องได้นั่งยิ้มทุกครั้ง สารพัดความรู้สึกถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน เต็มไปด้วยความเหนื่อยยาก จนเคยบอกใครๆเสมอว่า ชีวิตการเรียน 3 ปีที่ชลบุรี เป็นชีวิตที่เหนื่อยและหนักสาหัสที่สุดเท่าที่เคยใช้ชีวิตนักเรียนมา ด้วยความรู้สึกที่ต้องวิ่งไล่ตามความรู้อันมหาศาลแข่งกับเวลาที่มีจำกัดอยู่ตลอด แต่ในความเหนื่อยยากแสนสาหัสนั้นก็มีความสุขเคียงคู่อยู่ด้วยแทบตลอดเวลา...

สุขหนึ่ง... สุขที่ได้เรียนได้รู้สิ่งที่เราเคยสงสัย ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งมีความสุข ทั้งความรู้ Maxillofacial และความรู้ทั้งหลายที่ได้จาก Medical Rotation ทั้ง Med, Anesth, General surgery, Neurosurgery, Plastic surgery และ ENT…

สุขสอง... สุขที่มีอาจารย์อันเป็นที่เคารพรักยิ่ง.. ตั้งแต่ อ.ไพศาล อ.เพียรชัย อ.วรวรรณ อ.สิทธิชัย ที่ทุ่มเทคอยดูแลเอาใจใส่ อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ ให้วิชา ดูแลกันเหมือนเป็นพ่อเป็นลูก เป็นพี่เป็นน้อง เสียสละเวลาส่วนตัวมา สอนทั้งในและนอกเวลา เป็นครูยิ่งกว่าครู จนตัวเองเคยคิดอยู่เสมอว่าจะมีอาจารย์ที่ไหนอีกหนอที่จะทุ่มเทชีวิตให้กับการสอน กับ resident เท่ากับอาจารย์ที่ชลบุรีของเรา...

สุขสาม... สุขและประทับใจที่ได้มีเพื่อนๆร่วมรุ่น รุ่นพี่รุ่นน้อง อยู่กันอย่างอบอุ่นเหลือเกิน

จนเมื่อวันที่จบหลักสูตร training ยังรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ดีใจที่เรียนจบก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็อดใจหายมากๆ ไม่ได้ที่ต้องจากชีวิต “Resident maxilla ชลบุรี” ภูมิใจและมีความสุขกับงานที่ทำอยู่เป็นอย่างมาก และมุ่งมั่นจะสืบทอดความตั้งใจของอาจารย์ เป็นจุดเล็กๆอีกจุดที่จะสร้างความแข็งแรงของวิชาชีพให้ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง

ภูมิใจมากๆ ทุกครั้งที่ได้บอกใครต่อใครว่า เราคือ Resident Maxillo ชลบุรี...

ทำไมเลือกเรียน maxillo ที่โรงพยาบาลชลบุรี

ด้วยประวัติศาสตร์การอบรมศัลยกรรมช่องปากที่ยาวนานกว่า 20 ปี ความโดดเด่นด้านการรักษาผู้ป่วย trauma, tumor, infection และ orthognathic surgery ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงบุคลิกของอาจารย์ไพศาลที่ผมได้ฟังการบรรยายในงานประชุมทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย สิ่งเหล่านี้คือแรงบันดาลใจให้ผมซึ่งสนใจงานศัลย์อยู่แล้ว จึงเลือกเรียน maxilla ที่ชลบุรี

ช่วยเล่าเรื่องชีวิต resident maxilla ชลบุรี

จากชีวิตทันตแพทย์ทั่วไปของจังหวัดทางอีสานใต้ มาเป็นทันตแพทย์ประจำบ้าน maxillo โรงพยาบาลชลบุรี ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมอย่างมาก ต้องตื่นเช้าขึ้นมา round ward รับคนไข้ใหม่ ทำแผล ล้างหนอง และอีกมากมาย มีเรียนเลคเชอร์เช้า เข้า conference เข้า OR หรืออยู่ทำ minor surgery ตกเย็น round ward ต่อ ตกดึกอ่านหนังสือ บอกเลยว่าเหนื่อยมากครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากความเหนื่อยนั้นคือ รอยยิ้มของคนไข้ที่เราดูแลตั้งแต่นอนโรงพยาบาลจนถึงวันที่ได้กลับบ้าน ความเอาใจใส่ดูแลคนไข้ทุกวัน เจอหน้าเช้า-เย็น บางรายเจอหน้ามากกว่ากินข้าวซะอีก ทำให้ผมผูกพันกับคนไข้ รู้สึกดีใจที่คนไข้ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข มันก็เป็นความสุขของเราในฐานะ “หมอ” ด้วยครับ

แล้วได้อะไรจากการเรียนที่ชลบุรี

ช่วงชีวิต 3 ปีของ Resident maxillo มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ได้ทำงานระบบโรงพยาบาลอย่างแท้จริง ทันตแพทย์ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมกับเก้าอี้ทำฟัน เพราะเราก็เป็น “หมอ” สาขาหนึ่งของโรงพยาบาล ได้เรียนรู้การทำงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน และวอร์ด เราทำงานเป็นทีมเพื่อดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุด ความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้ทุกงานเพียงแต่เราปรับตัวให้เข้ากับมันได้ ชีวิตจะมีความสุขในการทำงาน สุดท้ายขอยกคำสอนของอาจารย์ไพศาลเพื่อเป็นข้อคิดให้แก่ท่านผู้อ่านครับ

"ความอดทนเป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ"

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com