Column ประจำ
Sponsor

สมาชิกหลายท่านอาจไม่ทราบถึงการทำงานของทันตแพทย์ทหารบก นอกจากกองทันตกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ที่เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ อาจเพราะทันตแพทย์ทหารบกทั่วประเทศไทยมีจำนวนแค่หลักร้อยเท่านั้นค่ะ เพราะโรงพยาบาลกองทัพบกทั่วประเทศมีเพียง 37 โรงแบ่งตามพื้นที่การบังคับบัญชาเป็น 4 กองทัพภาค ดังนี้ค่ะ

กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกมีจำนวน 11 รพ. ได้แก่

  1. รพ.พระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร
  2. รพ.อานันทมหิดล จ.ลพบุรี
  3. รพ.ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี
  4. รพ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก
  5. รพ.ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี
  6. รพ.ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
  7. รพ.ค่ายอดิศร จ.สระบุรี
  8. รพ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี
  9. รพ.ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี
  10. รพ.ค่ายสุรสิงหนาท จ.สระแก้ว
  11. รพ.ค่ายรามราชนิเวศน์ จ.เพชรบุรี

กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด มีจำนวน 10 รพ. ได้แก่

  1. รพ.ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา
  2. รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
  3. รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
  4. รพ.ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จ.ร้อยเอ็ด
  5. รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร
  6. รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์
  7. รพ.ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น
  8. รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์
  9. รพ.ค่ายศรีสองรัก จ.เลย
  10. รพ.ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม

กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดมีจำนวน 10 รพ. ได้แก่

  1. รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.พิษณุโลก
  2. รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง
  3. รพ.ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์
  4. รพ.ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่
  5. รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์
  6. รพ.ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก
  7. รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย
  8. รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์
  9. รพ.ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน
  10. รพ.ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช จ.พะเยา

กองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4) รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดมีจำนวน 6 รพ. ได้แก่

  1. รพ.ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
  2. รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี
  3. รพ.ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร
  4. รพ.ค่ายเสนาณรงค์ จ.สงขลา
  5. รพ.ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
  6. รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

ส่วนใหญ่กองทัพบกจะบรรจุทันตแพทย์ทหารบกโดยการรับทันตแพทย์จัดสรรชดใช้ทุนจากสถาบันพระบรมราชชนกค่ะ โดยจะรับสมัครจากนักศึกษาทันตแพทย์ชั้นปีที่ 6 ซึ่งกำลังจะจบการศึกษาในปีนั้นๆ ที่แสดงความจำนงผ่านสถาบันการศึกษาของตนเองว่าต้องการเข้ารับราชการในกระทรวงกลาโหม สังกัดกองทัพบก หลังจากนั้นจะมีการคัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์ค่ะ ซึ่งทางคณะกรรมการที่สอบสัมภาษณ์ก็จะพิจารณาคัดเลือกจากหลายๆ ด้าน ทั้งบุคลิกภาพ ลักษณะทหาร ทัศนคติ ผลการเรียน ความประพฤติและการปฏิบัติตัวในช่วงที่เป็นนักศึกษาทันตแพทย์ เช่น การเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ โดยในปัจจุบันนี้กองทัพบกจะบรรจุทันตแพทย์ปีละประมาณ 6 คน ลงในรพ.กองทัพบกขนาดประมาณ 30-60 เตียงตามกองทัพภาคต่างๆทั่วประเทศไทย

1 ใน 6 รพ.ที่จะมีการบรรจุในแต่ละปีนั้นเกือบทุกปีจะมีการบรรจุทันตแพทย์จัดสรรชดใช้ทุนลงไปปฏิบัติงาน ที่ รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีด้วย หากน้องๆ ทันตแพทย์จัดสรรชดใช้ทุนคนใดมีความยินดีที่จะไปปฏิบัติภารกิจในราชการสนามหรือจังหวัดชายแดนใต้ ณ รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้มีน้องๆ ทันตแพทย์จัดสรรชดใช้ทุนสมัครใจลงไปปฏิบัติงาน ณ รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหารกันด้วยความเต็มใจ และที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งคือทุกคนต่างเป็นน้องๆ ทันตแพทย์ผู้หญิงด้วยนะคะ น้องๆ ทุกคนที่ไปปฏิบัติงานล้วนได้รับประสบการณ์ในการทำงานอันทรงคุณค่าและนับเป็นความประทับใจที่จะคงอยู่ในความทรงจำ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชายแดนใต้ไม่ได้น่ากลัวและเลวร้ายอย่างที่ทุกคนคิด และการที่ได้มีโอกาสไปทำงาน ณ ชายแดนใต้สักครั้งหนึ่งในชีวิตของการรับราชการเป็นทันตแพทย์ทหารบกนั้นเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่หาจากที่ไหนไม่ได้ค่ะ

เมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์ เข้ารับราชการเป็นทันตแพทย์สังกัดกองทัพบกได้แล้ว ใช่ว่าจะได้รับการประดับยศในทันทีนะคะ จะต้องผ่านการบรรจุและแต่งตั้งยศ และต้องเข้ารับการอบรมปฐมนิเทศการเป็นนายทหารใหม่ ซึ่งจะเป็นการอบรมร่วมกับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลกองทัพบกที่บรรจุในปีเดียวกันค่ะ นอกจากนั้นยังต้องได้รับการฝึกระเบียบวินัยทหารด้วยนะคะ ซึ่งประสบการณ์ด้านนี้หาไม่ได้จากการทำงานที่อื่นค่ะ

ส่วนการปฏิบัติงานใน รพ.กองทัพบกต่างๆ ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากการทำงานใน รพ.ที่สังกัดอื่นๆมากนักค่ะ คือการให้การรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยในห้องทันตกรรม การตรวจสุขภาพช่องปากแก่กำลังพลในหน่วยทหาร การออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ งานโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพต่างๆ และงานด้านการพัฒนาคุณภาพ

ท่านผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้คงเข้าใจว่างานของทันตแพทย์ทหารบกหมดแต่เพียงเท่านี้ใช่ไหมคะ หามิได้ค่ะ ภารกิจของเหล่าทันตแพทย์ทหารบกไม่ได้มีแต่เพียงเท่านี้นะคะ ยังมีงานอีกหลายๆด้านเลยค่ะที่เป็นความภาคภูมิใจของทันตแพทย์ทหารบก

การได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการปฏิบัติงานในโครงการทันตกรรมพระราชทาน อันเป็นหนึ่งในโครงการในพระราชดำริด้านการแพทย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักต่างๆ จะทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดบริการทันตกรรมแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โดยไม่คิดมูลค่า ปัจจุบัน โครงการทันตกรรมพระราชทาน มีสถานที่ปฏิบัติงาน ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐาน ทันตแพทย์และนายสิบทันตกรรมที่ปฏิบัติงานในช่วงนั้น ก็จะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด เป็นความปลื้มปิติและภาคภูมิใจในภารกิจที่ได้ปฏิบัติ ถือเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส

นอกเหนือจากการเป็นทันตแพทย์ก็คือการเป็นทหาร เส้นทางในการรับราชการจึงมิได้เติบโตเพียงแค่การเป็นทันตแพทย์เท่านั้น หากทันตแพทย์ท่านนั้นมีใจรักในการเป็นทหาร ก็สามารถก้าวไปสู่เส้นทางสายทหารอย่างเต็มตัวได้ โดยสามารถสมัครเข้าเรียนและทดสอบในหลักสูตรทางทหารต่างๆ เช่น หลักสูตรส่งกำลังทางอากาศ หลักสูตรการรบแบบจู่โจม หลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก และหลักสูตรหลักประจำวิทยาลัยการทัพบก และที่ผ่านมาก็มีทันตแพทย์เข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าว และสามารถเรียนได้สำเร็จ ได้รับเครื่องหมายปีกร่ม หัวเสือคาบดาบ เข็มเสนาธิปัตย์ และเข็มแสนยาธิปัตย์มาประดับที่เครื่องแบบ เป็นเครื่องยืนยันว่าทันตแพทย์ทหารบกนั้นมีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านการเป็นทันตแพทย์ที่ให้การรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยและการเป็นผู้นำในทางทหารค่ะ

นอกจากนี้ยังมีภารกิจพิเศษอื่นๆ ที่ทันตแพทย์ทหารบกได้มีโอกาสเข้าร่วมปฏิบัติงาน โดยบางงานได้มีโอกาสร่วมปฏิบัติงานกับทหารสายแพทย์ต่างชาติที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจฝึกร่วมทางทหารในประเทศไทยเช่นการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ การฝึกร่วมผสมไทย-มาเลเซีย การฝึกผสมระหว่างกองทัพบกไทย - กองทัพบกสหรัฐอเมริกา รหัส หนุมานการ์เดียน 2015 ฯลฯ และบางงานทันตแพทย์ทหารบกได้มีโอกาสไปปฏิบัติภารกิจราชการสนามยังต่างประเทศ โดยปฏิบัติงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ เช่น การปฏิบัติงานราชการสนามประเทศติมอร์ตะวันออกการปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพไทย – ดาร์ฟูร์ฯลฯ ซึ่งภารกิจต่างๆ ที่กล่าวมานี้หากไม่ได้รับราชการทหารก็คงแทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้ไป เนื่องจากภารกิจที่จะต้องไปปฏิบัติงานร่วมกับองค์การสหประชาชาตินั้นไม่ได้มีบ่อยครั้งนักค่ะ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของการเป็นทันตแพทย์ทหารบกที่ได้มีโอกาสรับใช้ชาติในวิชาชีพทันตแพทย์ที่ได้ร่ำเรียนมาพร้อมกับการที่ได้รับราชการทหารอย่างสมภาคภูมิ

ทันตแพทย์ทหารบกก็มีโอกาสได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิชาการในระดับนานาชาติหลายครั้งในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้แก่การประชุมทันตแพทย์ทหาร (Defence Forces Dentistry Forum, DFDF) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมวิชาการของทันตแพทย์ภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก (Asia Pacific Dental Congress) การประชุมแพทย์ทหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Military Medicine Conference (APMMC) ) และการประชุมเวชศาสตร์ทหารนานาชาติ ( International Congress of Military Medicine(ICMM) )

และในปีพ.ศ.2558 นี้นับเป็นปีที่ภาคภูมิใจของเหล่าทันตแพทย์ทหารไทยและประเทศไทยอีกครั้ง เนื่องด้วยในวันที่ 19 -22 กันยายน พ.ศ.2558 นี้ จะมีการประชุมทันตแพทย์ทหารนานาชาติประจำปี 2558 Federal Dentare Internationale Annual World Dental Congress 2015 ( Section of Defense Forces Dental Services ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการประชุมวิชาการประจำปีขององค์กรทันตแพทย์นานาชาติ (FDI) และเป็นการประชุมทันตแพทย์ทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครอบคลุมประเทศสมาชิกต่างๆ ทุกทวีป โดยส่วนของการจัดการประชุมทันตแพทย์ทหารดังกล่าวจะดำเนินงานโดยคณะกรรมการซึ่งเป็นทันตแพทย์จากเหล่าทัพต่างๆ ในประเทศไทย ในอดีตประเทศไทยยังไม่เคยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพการจัดงานดังกล่าว การที่ทันตแพทย์ทหารบกได้รับเชิญเป็นเจ้าภาพร่วม ถือเป็นการได้รับเกียรติจากองค์กรทันตแพทย์นานาชาติและทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และเป็นโอกาสอันดีของทันตแพทย์ทหารไทยที่มีโอกาสได้จัดการประชุมและเข้าร่วมประชุมในการประชุมระดับโลกในครั้งนี้

หากย้อนไปในอดีตนับแต่ปี 2460 สยามประเทศได้สั่งทหารไปช่วยรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2461 คณะหน่วยทหารเสนารักษ์ของไทยได้เข้ารับการอบรมดูงานด้านทันตกรรมและได้นำความรู้มาสอนอบรมแก่พยาบาล เพื่อช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากนั้น 11 ปี ในปี พ.ศ. 2472 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนทันตแพทย์ทหารบกขึ้น เพื่อผลิตทันตแพทย์ทหารขึ้นมา ต่อมาได้ล้มเลิกไป ในปีพ.ศ.2475 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างของกองทัพบกเป็นอย่างมากจน พ.ต.หลวงธุรไวทยวิเศษ จึงได้เรียนต่อ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช ขอโฮเต็ลพญาไทที่ตั้งอยู่ถนนราชวิถี ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5 ตั้งเป็นโรงพยาบาลทหารบกในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระราชทานวังพญาไทและสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้โอนที่ดิน 63 ไร่ 3 งาน 54 ตารางวาให้กระทรวงกลาโหมจัดตั้งกองเสนารักษ์ที่ 1 และกอง เสนารักษ์ที่ 2 มารวมกันที่พระราชวังแห่งนี้ให้ชื่อใหม่ว่า กองเสนารักษ์จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ เปิดทำการเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2475

พ.อ.หลวงวาทวิทยาวัฒน์ ได้ขอจัดตั้งโรงเรียนทันตแพทย์ในกรมแพทย์ทหารบกและในเวลาต่อมา ท่านได้เป็นคณบดี แผนกทันตแพทย์คนแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับได้ว่าวิชาชีพทันตแพทย์เกิดขึ้นในประเทศด้วยฝีมือของทหารอย่างแท้จริง

ในปี พ.ศ.2488 กองเสนารักษ์ ได้เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลทหารบก มีการตั้งแผนกทันตกรรมขึ้น โดยมี พ.ต.ภักดี ศรลัมภ์ เป็นหัวหน้าแผนกคนแรก ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2495 โรงพยาบาลทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

แผนกทันตกรรมของ รพ.ทหารบกได้เติบโตขึ้นเป็นกองทันตกรรม รพ.พระมงกุฎเกล้า รวมเวลากว่า 80 ปีแล้ว ตั้งอยู่ ณ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษาและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ผ่านเกณฑ์การพัฒนาและรับรองคุณภาพ โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) แล้ว

เราให้การบริการระดับตติยภูมิ โดยทันตแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะสาขา มียูนิตทำฟันกว่า 60 ตัว โดยบริการตรวจ ให้คำแนะนำและรักษาโรคในบริเวณช่องปากและใบหน้าแก่ทหาร ครอบครัวและประชาชน รวมทั้งให้การฝึกศึกษาแก่นิสิตทันตแพทย์ก่อนและหลังปริญญา มีงานวิจัยทางทันตแพทย์ เพื่อมุ่งสร้างนวัตกรรมและเพิ่มคุณค่าแก่ผู้ใช้บริการ และตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพบกอย่างมีประสิทธิภาพ

เราดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีคุณภาพระดับสากล โดยใช้แนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางทันตกรรม(Dental Safety Goals และ Guidelines 2015) ซึ่งกำหนดโดยทันตแพทยสภา ในการรักษาทางทันตกรรม เช่น ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการวัดความดันโลหิตและชีพจร ในการรับบริการทันตกรรมครั้งแรก และก่อนการทำหัตถการแต่ละครั้ง เข้ารับบริการครั้งแรก มีการซักประวัติความเจ็บป่วยของผู้ป่วย การแพ้ยา ประวัติการกินยาและใช้ยาประจำ โดยให้การตรวจวินิจฉัย ประเมิน วางแผนการรักษา และให้ข้อมูลผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษาในรายที่มีความซับซ้อน โดยมีการปรึกษาวางแผนร่วมกันโดยทันตแพทย์เฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้อง ให้การรักษาทางทันตกรรมภายใต้การควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐาน (Safe Infection Control) รวมทั้งได้จัดทำช่องทางพิเศษเพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการรอคอยในผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยโรคทางระบบ ที่ต้องการรักษาทางทันตกรรมอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการรักษา-ผ่าตัดทางการแพทย์ต่อไป

ในการจัดบริการทางทันตกรรมแบ่งเป็น 9 แผนก

  1. ตรวจพิเคราะห์โรค
  2. ปริทันต์
  3. รักษาคลองรากฟัน
  4. ทันตกรรมสำหรับเด็ก
  5. ทันตกรรมหัตถการ
  6. ทันตกรรมจัดฟัน
  7. ทันตกรรมประดิษฐ์
  8. ศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
  9. เอกซเรย์ และยังมีคลินิกที่ให้บริการเฉพาะโรค 4 คลินิก ได้แก่
    • คลินิกดูแลทางทันตกรรมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่ได้รับรังสีรักษาและเคมีบำบัด
    • คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าและขากรรไกร
    • คลินิกเวชศาสตร์ช่องปาก
    • คลินิกความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร การนอนกัดฟัน นอนกรนและนอนหยุดหายใจ

เราขยายการบริการทางทันตกรรมในการรักษาโรคในช่องปากแบบองค์รวม ได้แก่ การดูแลวางแผนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่ได้รับรังสีรักษาและเคมีบำบัด โดยมีตัวชี้วัดในอัตราการวางแผนการรักษาทางทันตกรรม เป้าหมาย 100% ปี 2556 ทำได้ 97% ปี 2557 ทำได้ 100% อัตราการให้การรักษา ใส่ฟันจนเสร็จสมบูรณ์ตามแผนการรักษาหลังรับรังสีรักษา เป้าหมาย 90% ปี 2557 ทำได้ 100% มีการติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าและขากรรไกร
ให้การบริการทำลูกตาเทียม เพดานเทียม จมูกเทียม ใบหูเทียมฯ แก่ผู้ป่วยที่สูญเสียอวัยวะนั้นๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

คลินิกเวชศาสตร์ช่องปาก (Oral Medicine)
ให้การรักษาดูแลผู้ป่วยที่มีรอยโรคในช่องปาก

คลินิกความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร การนอนกัดฟัน นอนกรน และนอนหยุดหายใจ (Sleep Apnia)
เป็นคลินิกรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยวอักเสบ และโรคหมอนรองกระดูกข้อต่อขากรรไกรเคลื่อน โดยใช้เครื่องมือทางทันตกรรมเข้าไปจัดข้อต่อขากรรไกรให้เข้าที่ ส่วนภาวะนอนกัดฟัน นอนกรนและภาวะนอนหลับหยุดหายใจ น้อย- ปานกลาง การใช้เครื่องมือทางทันตกรรมช่วยในการรักษาภาวะดังกล่าว และประเมินประสิทธิภาพของเครื่องมือด้วย

บริการรักษาทางทันตกรรมที่ซับซ้อน ร่วมกับการให้ยาสลบทั่วไป
(General Anesthesia)
ได้แก่ การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติกระดูกขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน (Orthodonactic Surgery) โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2557 95%

การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม (Implant) และครอบฟันบนรากเทียม
เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่ สูญเสียไป มีตัวชี้วัดเป็นอัตราความสำเร็จในปี 2557
มากกว่า 95%

นอกจากนี้ยังมีการรักษาทันตกรรมภายใต้การให้ยาสลบทั่วไปในการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบและผู้ป่วยเด็กที่มีความผิดปกติต่าง ๆ และการให้ยาสลบทั่วไปเพื่อผ่าตัดในช่องปาก โดยทำงานร่วมกับแพทย์เฉพาะทางสาขา ได้แก่ ศัลยแพทย์สาขาต่างๆ วิสัญญีแพทย์และกุมารแพทย์ โดยไม่พบภาวะแทรกซ้อนหลังการให้ยาสลบ

เรานำเทคโนโลยีทางทันตกรรมที่ทันสมัยมาช่วยเพิ่มความสำเร็จในการรักษาคลองรากฟัน โดยการรักษาคลองรากฟันภายใต้กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) รวมทั้งการใช้ Digital X-RAY เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาทางทันตกรรม

จากสถิติผู้ที่มารับการบริการที่มากขึ้นกว่า 50,000 คนต่อปี กองทันตกรรมได้ขยายการให้บริการโดยเปิดคลินิกทันตกรรมนอกเวลาราชการ ให้ความสะดวกแก่ผู้ป่วยในการเลือกเข้ารับการรักษา เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยการรักษาให้แก่ผู้ป่วยในช่วงเวลาราชการ เป็นทางเลือกของผู้ป่วยในการเข้าถึงการบริการ และสนองนโยบายโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่เปิดคลินิกนอกเวลาราชการเพื่อบริการผู้ป่วยได้ทั้งทางการแพทย์และทางทันตกรรม

ที่นี่เป็นสถาบันหลักของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทยสภา มีการจัดการเรียนการสอน ฝึกปฏิบัติและมีการเรียนการสอนให้แก่นิสิตทันตแพทย์หลักสูตรทันตกรรมรวบยอด 2 การฝึกปฏิบัติให้แก่นิสิตทันตแพทย์หลังปริญญาหลักสูตรวุฒิบัตร สาขาวิทยาเอ็นโดดอนต์ สาขาศัลยกรรมช่องปาก สาขาทันตกรรมสำหรับเด็กในแผนกจัดฟัน รวมทั้ง ฝึกปฏิบัติงานหลักสูตรนายสิบทันตกรรม

ด้านวิชาการระดับนานาชาติ กองทันตกรรม ได้มีส่วนร่วมในการประชุมวิชาการทันตแพทย์ทหารนานาชาติ ประจำปี 2558 (Section of Defense Forces Dental Services : SDFDS) และเราจัดประชุมวิชาการทันตแพทย์กองทัพบกประจำทุกปี เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ทันตแพทย์สังกัดกองทัพบก และทันตแพทย์ทั่วไปด้วย และสนองนโยบายของยุทธศาสตร์ รพ.พระมงกุฎเกล้าที่เน้นการเพิ่มศักยภาพเพิ่มพูนความรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งการจัดประชุมวิชาการร่วมกับงานประชุมวิชาการของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อให้บุคลากรได้เพิ่มพูนความรู้ใหม่ ๆ เทคโนโลยีทันสมัยและนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแก่ผู้ป่วยและพัฒนาหน่วยงาน รวมทั้งส่งเสริมให้ทันตแพทย์ทุกท่านได้เข้าร่วมประชุมวิชาการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง

บทบาททันตแพทย์ทหาร นอกจากจะปฏิบัติงานในที่ตั้งแล้ว ทันตแพทย์กองทันตกรรมยังมีภารกิจในการปฏิบัติงานตามนโยบายของกองทัพบกและผู้บังคับบัญชา ได้แก่ การจัดทันตแพทย์ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานแพทย์และอนามัย 904 โครงการอภิบาลสงฆ์ รวมทั้งการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ร่วมกับแพทย์ ในการสนับสนุนภารกิจส่งเสริมสุขภาพของสมาคมแม่บ้านทหารบกและสมาคมแม่บ้านทหาร ตำรวจ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการทางแพทย์และทางทันตกรรมได้ทั่วถึง

ตั้งเป้าพัฒนาในการให้การบริการทางทันตกรรมที่ซับซ้อนต่อเนื่อง ครบวงจรทุกสาขา นำระบบสารสนเทศมาใช้ให้ครบวงจร ส่งเสริมงานวิจัยและเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ต่าง ๆ ของทันตแพทย์กองทัพบก

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com