Column ประจำ
Sponsor

ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ ทันตแพทย์ผู้ผ่านการเป็นผู้บริหารสำนักมาแล้วถึง 4 สำนัก…

ทพ. อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ ลูกหม้อคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นรุ่นที่ 11 มีเส้นทางการรับราชการที่โลดแล่นและหลากหลาย เริ่มชีวิตราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นย้ายเข้ามากระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรองปลัดฯ นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ให้มาช่วยงานที่มูลนิธิสมเด็จพระยุพราชในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันที่ปรึกษาการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพโรงพยาบาล ในปี 2544 หลังจากช่วยงานที่มูลนิธิได้ 2 ปี ได้ย้ายไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานีสั้นๆ และถูกดึงตัวมาช่วยราชการที่สำนักบริหารการสาธารณสุขภูมิภาคในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการและข้อมูลข่าวสาร

จากนั้นย้ายมาปฏิบัติราชการที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ในตำแหน่งหัวหน้าศูนย์บริหารความเสี่ยงในระดับกระทรวงสาธารณสุข และระดับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในปี 2554 นายแพทย์สมชัย ภิญโญพรพานิช ได้ดึงตัวมาช่วยราชการที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหาร ก่อนที่จะมาเป็นผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะหรือสรพศ.ในปัจจุบัน

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค…เกิดก่อนกระทรวงสาธารณสุข และสภาวิชาชีพ

คุณหมออาคมเล่าว่า สพรศ. ตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการทางการแพทย์ตาม พรบ.การแพทย์ พ.ศ. 2466 ในช่วงต้นของการพัฒนาการสาธารณสุขในประเทศไทย หรือยุคมหาดไทย (พ.ศ. 2461 – 2485) เพื่อควบคุมการประกอบโรคศิลปะไม่ให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนจากผู้ที่ไม่มีความรู้และมิได้ฝึกหัด กฎหมายฉบับนี้บัญญัติให้มีองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวกับการแพทย์ขึ้น เรียกว่า “สภาการแพทย์” และการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวกับการแพทย์ตามกฎหมายฉบับนั้นเรียกว่า “การประกอบโรคศิลปะ” และเปลี่ยนชื่อสภาการแพทย์เป็น “สำนักงานคณะกรรมการแพทย์” จนกระทั่งผ่านยุควังสุโขทัย (พ.ศ. 2485 – 2493) เข้าสู่ยุควังเทวะเวสม์ (พ.ศ. 2493 – 2537) จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองควบคุมการประกอบโรคศิลปะ” และได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็น “กองการประกอบโรคศิลปะ”จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ยุคนนทบุรีซึ่งเป็นยุคปัจจุบัน

ในปี 2552 กองการประกอบโรคศิลปะได้รับการยกฐานะเป็นหน่วยงานในระดับสำนัก ในชื่อ “สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ” ซึ่งมีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลัก ควบคุม กำกับ และส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานบริการสุขภาพในระดับสากล” โดยสำนักมีการจัดระบบเพื่อให้ความมั่นใจกับผู้รับบริการว่าผู้ให้บริการและสถานพยาบาลได้คุณภาพตามกฎหมายบัญญัติ ซึ่งการกำหนดคุณภาพของผู้ให้บริการจะถูกควบคุมกำกับด้วยสภาวิชาชีพของแต่ละวิชาชีพควบคู่ไปกับการทำงานของสพรศ. ส่วนมาตรฐานด้านคุณภาพสถานพยาบาลนั้น มีการกำหนดโดยคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของแต่ละวิชาชีพ และมีการปรับปรุงใหม่เป็นระยะๆ

สพรศ.ดูแลกฎหมายด้านสาธารณสุขอยู่ทั้งหมด 4 ฉบับได้แก่
  1. พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541
  2. พรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
  3. พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558
  4. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 พ.ศ. 2551

บทบาทหลักของสพรศ. แบ่งออกเป็น 4 ด้านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ด้านแรก

เรื่องการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ หรือที่เรียกว่าใบประกอบโรคศิลปะตาม พรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งในปัจจุบันครอบคลุมเพิ่มเติมจากเดิม (ที่มีแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล) ไปอีกหลายวิชาชีพ ได้แก่

  1. รังสีเทคนิค
  2. กิจกรรมบำบัด
  3. เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก
  4. การแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย
  5. จิตวิทยาคลินิก
  6. กายอุปกรณ์
  7. การแพทย์แผนจีน
  8. ทัศนมาตรศาสตร์(Optician)
  9. ไคโรแพรกติก(Chiropractic)

การจะได้รับใบประกอบโรคศิลปะของผู้ประกอบโรคศิลปะแต่ละสาขาจะต้องมีการสอบ และขึ้นทะเบียนที่นี่ และในปัจจุบันมีผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ 9 สาขาใหม่รวมแปดพันกว่าคนซึ่งต้องควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของแต่ละวิชาชีพ

ด้านสอง

นอกจากการขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบวิชาชีพแล้ว บทบาทที่สำนักดูแลและเกี่ยวพันกับวิชาชีพเรา ได้แก่ การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลเอกชน ทั้งแบบรับไว้ค้างคืน และไม่รับไว้ค้างคืน รวมคลินิกแพทย์ทันตแพทย์ด้วยตาม พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนของไทยมีเพิ่มขึ้นตามลำดับ กระจายในหัวเมืองใหญ่ และ เกือบครึ่งอยู่ในกทม.ของเรา ดังรายละเอียดในตาราง*

*ข้อมูลจากสรพศ.

ส่วนของคลินิกทันตกรรม**

*ข้อมูลจากสรพศ.

ด้านสาม

ทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ กำกับดูแลการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์และเป็นหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหน่วยงานหรือองค์กรที่ดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ตาม พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกใหม่

ด้านสี่

เป็นหน่วยงานที่ควบคุมกำกับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 พ.ศ. 2551 ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพดังรายละเอียดในตารางค่ะ***

*ข้อมูลจากสรพศ.

จำนวนสปาระดับสากล ทั้งหมด 33 แห่ง ได้แก่ Platinum 4 แห่ง Gold 16 แห่งSilver 13 แห่ง

อีกบทบาทหนึ่งของสรพศ.คือการควบคุมกำกับ การตรวจสอบจับผู้ประกอบการเถื่อนทั้งหลายในประเทศ (ทำแท้งเถื่อน ขายยาปลอม หมอฟันเถื่อน ฯ) ซึ่งเป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าค่าที่กฎหมายยังระบุโทษไม่หนัก ทำให้มีผู้ท้าทายกฎหมายให้ต้องออกแรงจับกันเสมอๆ โดยทีมสายตรวจของสรพศ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งทำหน้าที่สาขาของสรพศ.ในแต่ละจังหวัดในกระทรวงมีอัตรากำลังที่อาจไม่เพียงพอทำให้ต้องจัดสรรเวลากันเต็มที่ ถึงกระนั้นก็เพียงทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม คลินิกที่ให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายและหมอเถื่อนทั้งหลายทางสพรศ.ได้ทำเป็น black list ไว้ และให้ความสำคัญในการดำเนินการซึ่งมีโทษค่อนข้างรุนแรงด้วย คือ ทั้งจำคุกและปรับ และในอนาคตสรพศ.วางแผนจะ contract out เอกชนร่วมการประเมินคุณภาพสถานพยาบาลอาจรวมถึงคลินิกทันตกรรมเพื่อให้เกิดความทั่วถึง สม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ

บทบาทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิชาชีพเราได้แก่การขึ้นและต่อทะเบียนคลินิกทันตกรรม ซึ่งมีการปรับเกณฑ์ตามความเห็นของคณะกรรมการเป็นระยะๆ และล่าสุดในปี 2557 มีการปรับเกณฑ์การขึ้นทะเบียนคลินิกทันตกรรมใหม่โดยเพิ่มความเข้มข้นกับการมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่ได้มาตรฐานกรมวิทย์ ด้วยการให้บริการ ยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมีภาพถ่ายรังสีเพื่อยืนยันมาตรฐานงาน (ต่างประเทศถ้าไม่มีเครื่องเอ็กซเรย์เปิดคลินิกไม่ได้มานานแล้ว)

สำหรับประเด็นที่สมาชิกหลายท่านกังวลเกี่ยวกับแนวทางการตรวจประเมินคลินิกที่เข้มข้นขึ้น ว่าหากจะเปิดคลินิกทันตกรรมในอนาคตนั้น พื้นที่ใช้สอยยังคงใช้ที่ 20 ตารางเมตรอยู่ ส่วนเรื่องของการระบุให้มีทางลาดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่งคนไข้ที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินยังไม่ได้เป็นกฎหมายแต่เป็นเพียงแนวทางในการพัฒนา ขึ้นกับดุลยพินิจในการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่

ส่วนเรื่องของเครื่องออโตเคลฟนั้นที่ต้องมีในคลินิกนั้นตามกฎกระทรวงที่ระบุว่าคลินิกต้องจัดมีเครื่องมืออุปกรณ์และเวชภัณฑ์สำหรับควบคุมการติดเชื้อในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ เช่น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการทำความสะอาด หม้อต้ม หม้อนึ่ง หม้อนึ่งความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน เช่น ภาชนะบรรจุมูลฝอยทั่วไป และภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนคลินิกทันตกรรมนี้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากสถานพยาบาลเอกชน ตัวแทนสำนักทันตสาธารณสุขมาร่วมกันคิดกำหนดเกณฑ์ รวมทั้งมีตัวแทนจากผู้บริโภคมาด้วย สรพศ.ทำหน้าที่เป็นทีมเลขา และพยายามค่อยๆ ปรับปรุงเกณฑ์เพื่อเพิ่มคุณภาพมาตรฐานการบริการสาธารณสุขไทยให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานสากล

เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประเด็นที่ยากจะหลีกเลี่ยง ด้วยกระแสเปิดเสรีทางการค้าและ Medical hub ในปัจจุบันสถานพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่รับรักษาชาวต่างประเทศจึงต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน JCI หรือที่เรียกเต็มๆว่า Joint Commission International ที่สร้างมาตรฐานด้านคุณภาพบริการทางการแพทย์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคของต่างชาติว่าสถานพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ได้คุณภาพ ระดับ Gold standard in global health care ซึ่งดูเหมือนจะเข้มข้นกว่าเกณฑ์ที่เราใช้กันภายในประเทศในปัจจุบัน

ผอ. อาคม ฝากว่า “ดีใจมากครับที่ได้มาให้ข้อมูลวิชาชีพในครั้งนี้ นานมากแล้วที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกับพี่น้องชาวทันตะเพราะงานที่ทำออกจะไกลสายของทันตแพทย์ไปสักหน่อย ส่วนใหญ่ผมจะพบกับพี่ๆ ในทันตแพทยสภาครับ งานที่ผมทำในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ยุ่งกับชาวบ้านเขามากเหมือนกันครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาที่มักจะเป็นข่าว เช่น เปลี่ยนไต (ค้าไตข้ามชาติ) ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด ขบวนการค้าเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (อุ้มบุญ) ค่ารักษาพยาบาลแพง การแพทย์ฉุกเฉิน (ไปได้ทุกที่ฟรีทุกสิทธิ์) เป็นต้น”

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ต้องเข้ามาดูแลสรพศ. ท่านผอ.บอกว่า “แรกๆ ของการเป็น ผอ.สรพศ. ก็ตกใจอยู่ครับเข้าไปวันแรกก็เจอคดีที่เขาฟ้องผมในฐานะ ผอ. เป็น 100 คดี ผ่านมา 2 ปีเริ่มชินกับคดีความแล้ว พี่ๆ น้องๆ ท่านใดมีเรื่องคดีความหรือเรื่องร้องเรียนปรึกษาได้ครับ เพราะที่ส่วนกลางมีนิติกรที่ชำนาญด้านนี้หลายท่านที่ให้ความเห็น คำแนะนำที่ดีๆ และเป็นประโยชน์ หรืออาจโทรมาพูดคุยถามปัญหาและทักทายกันใน email ได้นะครับ ที่เบอร์โทร 02 590 1997 ต่อ 801,803 หรือ E-mail : akom_p@hotmail.com”

สุดท้ายก่อนจากกัน ท่านผอ.ฝากมาว่า “งานการให้บริการทันตกรรมของเราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับและเป็นส่วนหนึ่งของ Medical Hub กระทรวงสาธารณสุขมองว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ อันเนื่องเหตุปัจจัยหลายด้าน เช่น ความเป็นมิตรที่ดีของทันตแพทย์ไทย ราคาที่ไม่สูงนัก แต่ก็มีคำถามที่มักจะโดนชาวต่างชาติถามบ่อยๆ คือการให้บริการของเรามีคุณภาพจริงหรือไม่ เช่น การวินิจฉัย วิธีการรักษา ความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือมีคุณภาพจริงหรือไม่ ซึ่งคุณภาพในความหมายของชาวต่างชาติประกอบด้วย 2 ส่วนครับ คือ มีมาตรฐานในการให้บริการเป็นที่ยอมรับหรือไม่ และมาตรฐานดังกล่าวมีหลักวิชาการรองรับหรือไม่ครับ จากคำถามดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราต้องช่วยกันพัฒนาให้การบริการทันตกรรมในประเทศไทยของเรามีระบบประกันคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้รับบริการอันจะก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติได้อย่างมั่นคง ช่วยกันนะครับ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com