Column ประจำ
Sponsor

ทันตแพทย์ผู้พิทักษ์(สันติราษฎร์)

โดย : ทพ. พิมล บำรุง
Tags : ทพ. พิมล บำรุง , โรงพยาบาลตำรวจ

เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

เป็นอุดมคติของตำรวจที่ทันตแพทย์ตำรวจไทยทุกคนท่องได้ ช่วงเริ่มต้นของการเป็นตำรวจ เราผ่านการฝึกอบรม(เข้ม) ข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.) โดยฝึกร่วมกันทั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มาจากหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน กลุ่มตำรวจน้ำที่ไปจบโรงเรียนนายเรือมาหรือวิชาชีพเฉพาะอื่นๆ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์

เราได้เรียนรู้ถึงระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ ตั้งแต่การแต่งกาย ลำดับชั้นยศ การทำความเคารพ ระบบระเบียบการทำงานต่างๆ รวมถึงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้โดยตำรวจ เช่น กฎหมายอาญา เป็นต้น การมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ของตำรวจ ช่วยทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่จะเป็นดั่งครอบครัวเราต่อไปมากขึ้น

เรายังได้พัฒนาศักยภาพทางร่างกายให้แข็งแรงสมศักดิ์ศรีการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยได้วิ่งและออกกำลังกาย 2 ชั่วโมงทุกเช้าและเย็น ได้ฝึกภาคสนาม การแบกอาวุธ การทำความเคารพ ระเบียบแถว การฝึกศิลปะการป้องกันตัว ฝึกยิงปืนสั้น แถมด้วยการฝึกการเข้าจับกุมหรือเข้าล้อมจับผู้ร้ายในการเรียนวิชายุทธวิธีตำรวจ (เหมือนที่เราเห็นในภาพยนตร์ต่างชาติ!)

หลังจากฝึกอย่างเข้มข้น เรียนรู้โลกใหม่ เพื่อนใหม่ เราก็ได้กลับมาทำงานในโลกที่เราคุ้นเคยที่โรงพยาบาลตำรวจริมฝั่งของถนนอังรีดูนังต์เยื้องๆ กับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ชัยภูมิที่ทำงานของเราเป็นเยี่ยม ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ศูนย์กลางความเจริญต่างๆ และนอกจากนั้น วันดีคืนดีที่ทำงานของเราเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางในการชุมนุมต่างๆ (ทั้งสงบและรุนแรง) และยังเป็นเป้าหมายหลักๆ ของกรณีความรุนแรงต่างๆ ด้วย

ภารกิจหลักของกลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลตำรวจ
ที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มงานทันตกรรมส่วนมาก
ในโรงพยาบาลอื่นๆ คือ

1.

ให้บริการตำรวจ ครอบครัว และประชาชน ให้ความรู้และบริการร่วมกับหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว ในวันสำคัญต่างๆ และให้บริการออกหน่วยทันตแพทย์เคลื่อนที่

2.

ตรวจให้ความรู้และบริการขูดหินปูนในหญิงมีครรภ์ เด็ก และคนชราในโครงการร่วมกับ สปสช.

3.

ร่วมโครงการกับทันตแพทยสภา เช่น โครงการรากเทียมพระราชทานที่กำลังดำเนินอยู่

4.

ตรวจประจำปีของหน่วยประดาน้ำ นักบิน หน่วยเก็บกู้ระเบิด
 

ในส่วนงานที่เป็นเฉพาะของทันตกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เรื่องตื่นตาตื่นใจสำหรับทันตแพทย์เราคือ ในส่วนของงานทันตนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของกลุ่มงาน โดยมีความร่วมมือกับสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจหาอายุของผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากประวัติทันตกรรมรวมไปถึงการพิสูจน์ร่องรอยการถูกกัดของเหยื่อในคดีต่างๆ ซึ่งภารกิจนี้ส่วนมากเป็นการตั้งรับอยู่ในที่ตั้ง คือ มีการส่งตัวมาที่กลุ่มงานเพื่อทำการถ่ายภาพรังสีและทำประวัติทางทันตกรรม อีกส่วนหนึ่งคือการไปร่วมตรวจที่สถาบันนิติเวช และบางครั้งก็มีความจำเป็นที่ต้องไปร่วมเป็นด่านหน้าในการตรวจเอกลักษณ์บุคคล ในกรณีที่เกิดสถานการณ์รุนแรง หรือภัยพิบัติ ทั้งในต่างจังหวัดและต่างประเทศ เช่น ซานติก้าผับ สึนามิดังที่ผ่านๆ มา

**นอกจากนี้กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลตำรวจ เป็นสถาบันหลักฝึกอบรมทันตแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล หลักสูตร 4 ปี ของทันตแพทยสภาตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งผ่านการประเมินแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2549 และ ปี 2554 โดยได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยทันตแพทย์ จากการเปิดการฝึกอบรมในสาขาดังกล่าว ทำให้หน่วยศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล สามารถให้การบริการทันตกรรมในระดับตติยภูมิได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น มีการดูแลผู้ป่วยทางด้านอุบัติเหตุบริเวณขากรรไกรและใบหน้า การติดเชื้อบริเวณใบหน้าและลำคอ การรักษาเนื้องอกบริเวณขากรรไกร รวมถึงการดูแลผู้ป่วยที่ต้องรับการผ่าตัดร่วมกับการจัดฟัน มีศักยภาพในการรับผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวมารักษาในงานที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์สหสาขาด้านอื่น และมีทันตแพทย์เวรเพื่อรับผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมาตรฐานที่โรงเรียนแพทย์สอน มีการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ทันตแพทย์ ในส่วนการเรียนการสอนของทันตแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาตร์ช่องปากฯ

ในส่วนของการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นสากล ทางกลุ่มงานได้มีโอกาสได้เข้าร่วมในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ การประชุมทันตแพทย์ทหารตำรวจ อาทิ การประชุมวิชาการของทันตแพทย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Dental Congress) และในปี พ.ศ.2558 นี้นับเป็นปีที่ภาคภูมิใจของเหล่าทันตแพทย์ตำรวจและทหาร เนื่องด้วยในวันที่ 19-22 กันยายน พ.ศ.2558 นี้ มีการประชุมทันตแพทย์ทหาร ตำรวจนานาชาติประจำปี 2558 Federal DentareInternationale Annual World Dental Congress 2015 ( Section of Defense Forces Dental Service ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการประชุมวิชาการประจำปีขององค์กรทันตแพทย์นานาชาติ ( FDI ) และเป็นการประชุมทันตแพทย์ทหาร ตำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครอบคลุมประเทศสมาชิกต่างๆ ทุกทวีป เป็นโอกาสอันดีของทันตแพทย์ทหาร ตำรวจไทยที่มีโอกาสได้จัดการประชุมและเข้าร่วมประชุมในการประชุมระดับโลกครั้งนี้

ในส่วนงานวิชาการอื่นๆ ก็มีการส่งทันตแพทย์ไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ในการประชุมระดับชาติ เช่น การประชุมราชวิทยาลัยทันตแพทย์ ทันตแพทยสมาคม สมาคมศัลยศาสตร์และแม็กซิลโลเฟเชียล นอกจากนี้ยังมีการจัดโครงการอบรมทันตแพทย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (ร่วมกับทันตแพทยสภาและราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย) ด้านนิติทันตวิทยาเพื่อให้มีความรู้ปฏิบัติงานได้เพื่อเป็นเครือข่ายในการทำงานด้านนิติทันตวิทยาในอนาคตอันใกล้นี้ทางกลุ่มงานทันตกรรมกำลังศึกษาเพื่อเตรียมจะเป็นสถาบันหลักที่มีการเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร Forensic Odontology เมื่อได้รับการอนุมัติจากราชวิทยาลัยทันตแพทย์ต่อไป

“ย้อนกลับไป 16 ตุลาคม 2556 เกิดอุบัติเหตุเที่ยวบิน QV301 ของสายการบินลาวตกลงกลางแม่น้ำโขง ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งให้ร่วมเดินทางไปพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ครั้งนี้เรามีเวลาเตรียมความพร้อม 1 คืน ซึ่งนับว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา (ปกติให้เวลาทีมเตรียมตัวสามชั่วโมง)

เช้าวันเดินทางพวกเรามาตามเวลานัดหมาย 8 โมงตรง เพื่อร่วมงานแถลงข่าวก่อนออกเดินทาง ได้รับแจ้งว่า…ครั้งนี้เราจะเดินทางด้วยเครื่องบินตำรวจชื่อฟอกเกอร์ ซึ่งเมื่อแอบหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตพบว่า “Fokker Model F-50 เป็นเครื่องบินกองบินตำรวจตั้งแต่ปี 2536” ทำให้จากตื่นเต้นกลายเป็นตื่นกลัวไปเล็กน้อยว่าได้เดินทางให้เรื่องบินประสบการณ์ยาวนานถึงยี่สิบปีแล้ว จะถึงไหมหนอ

การเดินทางครั้งนี้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี (ยศในขณะนั้น) เป็นเจ้านายที่ร่วมเดินทางและดูแลพวกเราพร้อมนักข่าวเต็มเครื่อง ตลอด mission นี้ สิ่งเดียวที่ทำให้อุ่นใจในวันนั้นคือ ได้ยินประกาศยศ พล.ต.ต. ทำให้เชื่อมั่นในประสบการณ์ของท่านว่าท่านคงพาพวกเราไปถึงสนามบินอุบลราชธานีได้อย่างปลอดภัย

ในช่วงบ่ายวันแรกยังไม่ได้เริ่มทำงานเพราะต้องเตรียมอุปกรณ์และสถานที่รวมถึงนัดหมายกับตำรวจที่ปากเซที่สำคัญคือต้องกันพื้นที่จากผู้ไม่เกี่ยวข้องทั้งประชาชนและนักข่าว สถานที่ที่จะใช้ตรวจศพในครั้งนี้เป็นศาลเจ้าค่อนข้างใหญ่ สิ่งที่ได้พบที่พื้นที่ในวันแรกคือวิธีการดูแลศพของที่ลาว คือเขาจะเอาปูนขาวรองไว้ใต้โลงศพเพื่อซับเลือดและหนองทุกศพมีการจัดสำรับอาหารและธูป รู้สึกประทับใจการเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ที่นั่นมาก

อุปกรณ์ที่ขาดในวันแรกคือโลงเย็น หลังจากประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นที่เริ่มทำงานก็พบว่ามีโลงเย็น 20 กว่าโลงเต็มพื้นที่ ยอมรับว่าเวลาแค่คืนเดียวเตรียมได้ขนาดนี้สุดยอดมากๆ โดยโลงเย็นทั้งหมดถูกขนข้ามมาจากจังหวัดอุบลราชธานี อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานเราก็พบว่าไฟไม่พอสำหรับโลงเย็นทั้งหมด ตลอดระยะเวลาในการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเจ้าหน้าที่จากสายการบินลาวดูแลเราเป็นอย่างดี คอยใช้สเปรย์กลิ่นส้มฉีดหน้าพัดลมฉีดหน้าพัดลมเพื่อลดกลิ่นตลอดเวลา จนรู้สึกว่าตอนกลับไปยังเคลิ้มกลิ่นส้มอยู่เลย

การทำงานครั้งนี้มีคุณหมอที่ปากเซพร้อมนักเรียนแพทย์มาช่วยพวกเราในทุกๆส่วนของการทำงาน เคสแรกที่ตรวจจำได้เลยว่าหลังจากที่เขาได้นำศพขึ้นบนรถแล้วพี่เจ้าหน้าที่นิติเวชเปิด body bag เลือดที่ท่วมอยู่ในถุงไหลลงมาเหมือนน้ำตกเลือด กระโดดหลบกันแทบไม่ทัน หลังจากนั้นเหตุการณ์น้ำตกเลือดก็ตามมาอีกหลายครั้งโชคดีที่ station แรกที่ตรวจคือแพทย์นิติเวช ทันตกรรมไม่ต้องเปิดถุงเป็นคนแรก!!!! ความเครียดและความเกรงใจเพิ่มเป็นพิเศษในการทำงานครั้งนี้เกิดจากทีมพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลนอนโรงแรมเดียวกับญาติผู้เสียชีวิต เช้าก็เจอกันเย็นก็นั่งรอเราทุกคืน กลับดึกแค่ไหนเขาก็รอ แถมสรรหาขนมต่างๆไว้ให้พวกเราด้วย วันแรกๆยังรู้สึกผิดยังไงไม่รู้ ยังหาญาติของเขาไม่เจอ อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดก็เจอคนไทยครบนะคะ

วันกลับ กลับเครื่องบิน C130 พร้อมกับศพและทหารเรือ ขึ้นเครื่องที่สนามบินปากเซ ไปแวะส่งหนุ่มๆทหารเรือที่อู่ตะเภา ยังกับรถเมล์มีจอดตามป้ายด้วย จากนั้นก็กลับถึงสนามบินกองทัพอากาศดอนเมืองอย่างปลอดภัย เหตุการณ์นี้เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างที่เป็นภารกิจประจำหน่วยเราค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com