Column ประจำ
Sponsor

เยี่ยมชมระบบทันตสุขภาพประเทศอาเซียน บรูไนดารุสซาลาม

โดย : สาระเทศ

จากการที่ ท่าน บก. Dental Magazine มีความเห็นว่าไหนๆประเทศไทยก็กำลังจะเข้าสู่ AEC ในอีกไม่ถึง 2 ปีนี้ จึงอยากให้มีบทความที่เกี่ยวกับประเทศในอาเซียน เพื่อให้สมาชิกได้รู้จักระบบบริการของเขา ซึ่งนอกจากจะได้เข้าใจเพื่อนบ้านเราแล้ว ยังอาจได้เรียนรู้จากประสบการณ์ดีๆ ของเขานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในประเทศของเราได้บ้าง ผู้เขียนจึงรับอาสาเข้ามาเขียนบทความนี้เสนอต่อสมาชิก ข้อมูลที่นำมาเสนอได้จาก ผู้รับผิดชอบงานทันตสาธารณสุขของแต่ละประเทศโดยตรง และผู้เขียนหาข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนจาก เว็บไซต์ หรือ จากเอกสาร

บรูไนดารุสซาลาม เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชายฝั่งทางด้านเหนือจรดทะเลจีนใต้ พรมแดนทางบกที่เหลือจากนั้นถูกล้อมรอบด้วยรัฐซาราวักของมาเลเซีย บรูไนเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก เมืองหลวงของประเทศคือ บันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนเป็นประเทศเล็กๆ ในปี 2555 มีประชากรเพียง 412,238 คน มีพื้นที่ 5,765 ตารางกิโลเมตร (มีพื้นที่และจำนวนประชากรประมาณจังหวัดลำพูน) มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากร (GDP per capita) มากกว่าของประเทศไทยถึงเกือบ 7 เท่า

ทันตแพทย์ที่เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเรา คือคุณหมอ Sylviana Haji Moris เธอเป็นหัวหน้ากองบริการทันตสุขภาพปฐมภูมิ จากกรมทันตสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขบรูไน เธอเริ่มต้นด้วยการเล่าถึง วิสัยทัศน์กระทรวงสาธารณสุขบรูไนของเธอที่ว่าไว้สั้นๆ แต่ได้ความหมายลึกซึ้งกว้างไกล ว่า “Together towards a Healthy Nation”กรมทันตสุขภาพจะบรรลุถึงวิสัยทัศน์ของกระทรวงของเขาด้วยภารกิจในให้การดูแลทันตสุขภาพแก่ประชาชนของเขา ด้วยระบบที่มีประสิทธิผล เท่าเทียม เข้าถึง ปลอดภัย และยั่งยืนในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้

ประเทศบรูไนไม่มีโรงเรียนทันตแพทย์ ปัจจุบันทั้งประเทศมีทันตแพทย์อยู่ 81 คน เป็นคนบรูไน 52 คน ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ เช่นคนอินเดีย มาเลเซีย และออสเตรเลีย เป็นต้น ในแต่ละปีจะมีนักเรียนบรูไนที่สอบชิงทุนเพื่อไปศึกษาต่อในสาขาทันตแพทยศาสตร์ในต่างประเทศ ปีละไม่เกิน 4 คน บรูไนนิยมส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อที่ อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ บัณฑิตที่เรียนจบกลับมาหรือชาวต่างชาติที่จะมาทำงานในบรูไนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ และการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างถี่ถ้วน จากคณะกรรมการของวิชาชีพก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในบรูไนได้ บรูไนกำลังวางแผนเปิดการเรียนการสอนทันตาภิบาลเองเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนทันตแพทย์ โดยอนุญาตให้ทันตาภิบาลสามารถให้การรักษาและให้ทันตสุขศึกษาได้ ปัจจุบันบรูไนมีทันตาภิบาลอยู่ 104 คน มีผู้ช่วยทันตแพทย์ 88 คน และช่างทันตกรรม 37 คน ทันตแพทย์บรูไนเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่ทำงานในภาคเอกชน นอกนั้นจะทำงานในภาคราชการและมีทันตแพทย์ถึงร้อยละ 73 ที่ทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข Dr. Sylviana บอกว่าแม้แต่เศรษฐีบรูไนก็ยังมารับบริการจากกระทรวงสาธารณสุข ข้อนี้เป็นข้อยืนยันถึงบริการที่ได้คุณภาพ และมีมาตรฐานของภาคราชการ

คลินิกทันตกรรมของบรูไนตั้งอยู่หนาแน่นในเขตเมือง มีคลินิกทันตกรรมในชนบทบ้างแต่ไม่มากนัก ด้วยการคมนาคมจากพื้นที่ชนบทเข้าเมืองที่ไกลที่สุดใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง การออกหน่วยทำฟันเคยมีการดำเนินการทางเฮลิคอปเตอร์แต่เลิกไปเพราะคนใช้บริการน้อย จากสถิติพบว่าชาวบรูไนในทุกกลุ่มอายุมาใช้บริการทันตกรรมประมาณร้อยละ 15 ต่อปี (มากกว่าประเทศไทยประมาณ 2 เท่า)

กรมทันตสุภาพของบรูไนตั้งขึ้นปีเมื่อปี 2549 และเริ่มดำเนินงานส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในปีนั้น ทั้งในกลุ่มวัยเรียน วัยก่อนเรียน มาตรการป้องกันฟันผุที่เป็นมาตรการหลักได้แก่ การเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มซึ่งเริ่มเติมตั้งแต่ปี 2539 และสามารถครอบคลุมประชากรได้ถึงร้อยละ 98 ในปี 2551 โปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเด็กวัยก่อนเรียนของบรูไนคล้ายกับของไทย กล่าวคือมีการตรวจฟันในคลินิกฝากครรภ์และคลินิกเด็กดี เด็กอายุ 9 เดือนจะได้รับแจกแปรงอันแรก และถ้วยดื่มนม เพื่อลดการดูดนมจากขวด จากนั้นจะมีนัดครั้งต่อไปในอีก 6 เดือนซึ่งจะมีการแจกแปรงและยาสีฟันอันใหม่ให้ทุกครั้งที่มาตรวจฟัน มีการทาฟลูออไรด์วานิชปีละสองครั้งให้เด็กอายุ 2 ขวบถึง 5 ขวบ โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนเน้นการแปรงฟันทุกวันโดยใช้ยาสีฟัน Polypaste ที่ผลิตจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีฟลูออไรด์ 1,450 ppm นอกจากนี้ยังมีการตั้งคลินิกทันตกรรมในโรงเรียนเพื่อให้บริการแก่นักเรียนโดยทันตาภิบาล และมีระบบส่งต่อในรายที่เกินขอบเขตความสามารถของทันตาภิบาลมายังทันตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้วย การดำเนินงานในโรงเรียนทำโดยมีการประสานกับกระทรวงศึกษาธิการอย่างใกล้ชิด

การให้ความรู้ดำเนินการผ่านสื่อสาธารณะได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ ซีดี กรมทันตสุขภาพจะดำเนินการร่วมกับสำนักเทคโนโลยี มีการจัดประกวดร้องเพลงส่งเสริมสุขภาพช่องปากไปเมื่อปี 2554

สถานะสุขภาพช่องปากของคนบรูไนเริ่มดีขึ้น ตั้งแต่มีการตั้งกรมทันตสุขภาพ โดยอัตราการเกิดฟันผุของเด็กอายุ 12 ปีลดลงเล็กน้อย แต่ อัตราฟันผุ อุด ถอนในเด็กก่อนวัยเรียนวัดที่ อายุ 5 ขวบยังคงเพิ่มขึ้น (มีกราฟ ฟันผุอายุ 12 และ 5 ปี )

การบริการทันตกรรมภาครัฐของบรูไนจะเปิดบริการในเวลา 7.45 - 10.00 น.ในตอนเช้า และ 13.30-15.00 น. ในตอนบ่าย คนไข้ฉุกเฉินจะไปรับบริการที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล และมีทันตแพทย์รับผิดชอบที่สามารถเรียกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าผู้ป่วยมีความต้องการจัดฟัน ต้องรอคิวประมาณ 4 ปี คิวรักษารากฟัน 4 เดือน คิวทันตกรรมประดิษฐ์ 6 เดือน คิวศัลยศาสตร์ 3 สัปดาห์ และปริทันต์อยู่ที่ 3 เดือน ส่วนทันตกรรมสำหรับเด็ก สามารถรับบริการได้เลย นอกจากนี้ระบบบริการทันตกรรมของบรูไนยังให้การบริการพิเศษแก่เด็กพิการอีกด้วย ระบบข้อมูลทันตกรรมของบรูไน เริ่มปรับมาตรฐานในปี 2554 และคาดว่าจะใช้ระบบเดียวกันทั้งประเทศได้ในปี 2557

ถ้าจะถามว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้คุณภาพของบริการทันตกรรมภาครัฐของบรูไนได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ก็อาจเป็นเพราะบรูไนมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบบริการ มีการวางระบบตรวจสอบคุณภาพบริการ ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพทันตบุคลากร และเสริมสร้างระบบการเรียนรู้โดยมีการทบทวนคุณภาพบริการอย่างเป็นระบบ ข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพนำมาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สัมพันธ์กับสภาพของท้องถิ่น นอกจากนี้เขายังมีการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นประจำ

บรูไนมีระบบการพัฒนาคุณภาพวิชาชีพ (Continuing Professional Development- CPD) ทันตแพทย์บรูไนทุกคนต้องเก็บคะแนน CPD และต้องได้คะแนน CPD อย่างน้อยปีละ 30 คะแนน (เข้าฟังวิชาการ 1 ครั้งได้ 1 คะแนน) และคะแนนจะสามารถเก็บได้จากการทำกิจกรรมพัฒนาวิชาการ ทันตแพทย์ทุกคนต้องให้การรักษาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันเพื่อรักษาสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ในเรื่องกำลังคนทางทันตสาธารณสุข บรูไนมองว่าการผลิตทันตแพทย์มีราคาแพง และหาคนเข้ามาทำงาน และทำให้คงอยู่ในระบบได้ยาก เขาเห็นว่าการผลิตบุคลากรที่มีความสามารถครบ ได้แก่ เป็นทั้งDental hygienist และ Dental therapist ในคนเดียวกัน จะมีความคุ้มค่ากว่า ทั้งนี้เพื่อให้บริการปฐมภูมิ บริการในเด็ก และ การให้ทันตสุขศึกษา นอกจากนี้เขายังเน้นเรื่องการอบรมเพิ่มพูนความรู้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องแก่บุคลากรเหล่านี้ เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานของการให้บริการอีกด้วย

การให้บริการทันตกรรมนอกจากบุคลากรที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในสภาพที่พร้อมให้บริการอยู่เสมอ ประเทศบรูไนมีหน่วยงานวิศวกรโดยเฉพาะที่ให้การดูแลเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆเพื่อให้พร้อมใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ หน่วยงานนี้จะให้การดูแลยูนิตทำฟันทุกตัวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอยเปลี่ยนครุภัณฑ์ เครื่องมือ เมื่อหมดอายุ หรือล้าสมัย มีคณะกรรมการที่มีหน้าที่กำหนด ตรวจสอบเครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้นให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ส่วนด้านความปลอดภัย และสุขภาพของผู้ให้บริการก็มีการดูแลอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมการติดเชื้อในคลินิก การกำจัดขยะ การป้องกันรังสี ตลอดไปจนถึงการจัดสภาพแวดล้อมในคลินิกให้เอื้อต่อการทำงาน และส่งเสริมสุขภาพของผู้ทำงาน(ภาพประกอบ) บรูไนมีมาตรฐานในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด มีการพิมพ์ออกมาเป็นคู่มือ และคู่มือนี้ต้องมีการปรับปรุงทุก 2 ปีเพื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ และแน่นอนต้องมีการตรวจประเมินเพื่อให้มีการดำเนินการตามมาตรฐานเหล่านี้อย่างเคร่งครัดด้วย

เห็นการบริการที่คำนึงถึงคุณภาพในทุกๆด้านเช่นนี้พวกเราคงต้องคิดถึงราคาค่าบริการกันแล้ว เมื่อดูในค่าบริการแล้ว จะเห็นว่าถ้าคุณเป็นประชากรชาวบรูไนแล้วละก็ คุณจะเสียค่าลงทะเบียนเพียง 1 ดอลลาร์ เท่านั้น (1 ดอลลาร์บรูไน มีค่าประมาณ 25 บาท) หรือถ้าคุณเป็นข้าราชการบรูไนคุณต้องเสียค่าลงทะเบียน 3 ดอลลาร์ แล้วจะได้รับบริการทุกอย่างฟรี แต่ถ้าคุณไม่ใช่ชาวบรูไนแล้วละก็ คุณจะต้องเสียค่าลงทะเบียน 5 ดอลลาร์ (ค่าลงทะเบียนนี้น่าจะเทียบได้กับที่บ้านเราเคยต้องจ่าย 30 บาท) และคุณจะต้องจ่ายค่าบริการในอัตราพอสมควรที่เดียว เช่น ถ้าคุณถอนฟันคุด คุณจะต้องจ่าย ถึง 50 ดอลลาร์ ขณะที่คนบรูไน และข้าราชการบรูไนจะได้รับบริการนี้ฟรี

แม้บรูไนจะมีการดำเนินการในมิติของคุณภาพครบถ้วนทุกด้านเช่นนี้ แต่เขาก็ยังคิดว่าเขามีด้านที่ยังท้าทายให้ปรับปรุงอยู่อีกหลายประการด้วยกันอันได้แก่ เรื่องความขาดแคลนทันตบุคลากร ทันตแพทย์บรูไนต้องทำงานในหลายหน้าที่ การหากำลังคนใหม่ๆ และการคงกำลังคนเก่าให้อยู่ในระบบยังเป็นปัญหา การมีสถานที่จำกัด ทำให้การขยายบริการออกไปทำได้ยาก การที่ประชาชนมีความต้องการบริการอย่างมาก และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางทันตกรรมที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ นอกจากนี้เขายังเห็นว่างานด้านการป้องกันของเขายังไม่เพียงพอ เหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายของงานทันตสาธารณสุขของบรูไนทั้งสิ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com