Column ประจำ
Sponsor

เยี่ยมแลป Glidewell

โดย : พญ.สุภาพร สุทธิ์ประเสริฐพร

Jim Glidewell, CDT ภาพจาก www.glidewelldental.com

แลป Glidewell สร้างขึ้นเมื่อปี 1970 นับถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 40 ปีแล้ว โดยคุณ Jim Glidewell ซึ่งเป็นช่างทันตกรรม แรกๆ เป็นแลปเล็กๆ และค่อยๆ ขยายสาขา จนมีถึง 8 สาขาในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอีกมาก ด้วยการขยายผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะรากเทียม

ป้ายแลป หน้าตึกเลขที่ 2181 (1 ใน 5 ตึกของสาขานี้)

ปริมาณงานที่แลปรับมาทำให้กับทันตแพทย์ในแต่ละวัน คือกว่า 6,000 ชิ้น จาก Fedex รับมาวันละหลายคันรถบรรทุกเลยทีเดียว และจาก e-mail (คือข้อมูล abutment ที่ทันตแพทย์ scan ส่งมาให้ โดยไม่ต้องพิมพ์ปาก และแลปไม่ต้องเทปูน) วันละกว่า 160 ชิ้น แผนกรับข้อมูลทาง e-mail เป็นแผนกที่กำลังโตขึ้นตลอดเวลาค่ะ เพราะนับวันทันตแพทย์ที่ใช้ dental scanner ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เจ้าหน้าที่การตลาดให้ตัวเลขไว้ถึง 7% ของทันตแพทย์ในอเมริกา เชียวค่ะ

ช่างกำลังแกะ และจัดเรียงงานแลปลงกล่องของแลป

เพื่อประเมินวางแผนว่าจะต้องผ่านช่างแผนกใดบ้าง (เช่น แผนกเทปูน แผนกออกแบบครอบฟัน แผนกกลึงครอบฟัน แผนกตรวจคุณภาพ) จะมี Barcode เป็นสติกเกอร์เป็นแผงแปะที่ข้างกล่องติดตัวไปเลยค่ะ งานเข้า-ออกจากแผนกไหน ก็ยิง barcode ข้อมูลก็จะไปปรากฎโชว์ให้ดูในจอได้ตลอดเวลาค่ะ

ในแต่ละแผนกจะมีจอมอนิเตอร์ติดผนังแสดง performance ให้ผู้บริหารและช่างทุกคนได้เห็นแบบ real-time

จอมอนิเตอร์ในแผนกกลึง Dupont mill center

หน้าแผนก call center แสดงป้ายที่เขียนว่าได้โทรศัพท์กว่า 16,800 ครั้ง
สำหรับเคสรากเทียม ในปี 2011
และ technical advisor ใช้เวลาเพียง 7 วินาที ในการติดตามเคส

หากมีข้อสงสัย หรือต้องติดต่อกับทันตแพทย์เจ้าของงาน ก็มีแผนก call center โดยเฉพาะเลยค่ะ

บรรยากาศในแลป มีห้องแลปใหญ่ๆ แบบนี้ 8 ห้องค่ะ จะเห็นว่าไม่เลอะเทอะเลย
ทุกโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ และ barcode scanner

งานเทปูน ที่จะมีฝุ่น น้ำ จะอยู่ในห้องกระจกปิดมิดชิด

ห้อง bake porcelain ก็อยู่ในห้องกระจกปิดมิดชิด

designer กำลังแสกน working เพื่อออกแบบ abutment หรือ ครอบฟัน

แลปนี้เค้าใช้เทคโนโลยี CAD-CAM เยอะค่ะ ถ้าทันตแพทย์ส่งงานมาเป็นรอยพิมพ์ (impression) แลปก็จะเทปูน และนำมาสแกนเป็นข้อมูลดิจิตัล แต่ถ้าทันตแพทย์ส่งงานมาเป็นไฟล์ข้อมูลที่แสกนมาแล้ว (ทางอีเมลล์)

ช่างแลปที่เรียกว่า designer ก็สามารถออกแบบงานในคอมพิวเตอร์ได้เลย (ค่าแลปจะถูกกว่า 20 เหรียญ) เมื่อออกแบบชิ้นงานในคอมพิวเตอร์เสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลให้เครื่องจักรกลึงชิ้นงานออกมา วัสดุที่กลึงได้ ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่วัสดุกึ่งคอมโพสิท, zirconia, metal (abutment, crown, bridge หรือ bar) เป็นต้นค่ะ ตัวอย่างราคาค่าแลป เช่น ครอบฟัน zirconia 1 ชิ้น (ยี่ห้อ BruxZir ที่แลปผลิตเอง), Empress Emax Crown, Porcelain veneer ราคาเท่ากันคือ unit ละ 99 USD ถ้าส่งมาเป็นไฟลล์ดิจิตัล ราคา 79 USD ค่ะ (Lava crown ของ 3M แพงกว่าใคร ราคา unit ละ 192 USD)

การแสกนและออกแบบ abutment I

การแสกนและออกแบบ abutment II

มีเครื่องพิมพ์พร้อม

block zirconia ที่กลึงได้

เครื่องกลึง block zirconia ตามรูปที่ 15 มีเรียงกันหลายตัว ทำงานตลอดเวลา
หัวกรอและส่วนประกอบจะต้องเปลี่ยนยกเครื่องใหม่ทุก 16 เดือน
เนื่องจากใช้งานหนักมาก และฝุ่นผงจากการกรอเข้าไปติดข้างใน
ทางแลปเค้ามีช่างที่ทำการประกอบเครื่องและ maintenance เองค่ะ

แสดงการกลึง zirconia block

แท่งโลหะ สำหรับทำ custom abutment ก่อนกลึง (ซ้าย) และหลังกลึง (ขวา)

แผง แท่งโลหะสำหรับทำ custom abutment หน้าห้องกลึง

metal bar ที่กลึงแล้ว

เครื่องกลึง metal bar มีขนาดใหญ่มาก ในรูปเป็นด้านหลังเครื่อง
(น้ำทิ้งจากเครื่องมีสีของโลหะปนออกมา)

ด้านหน้าเครื่องกลึง metal bar มีปุ่มมากมาย

การกลึง metal bar

ขากรรไกรจำลอง (กลาง), Surgical template (ซ้าย), individual tray (ขวา)
ที่ใช้ในการทำ hand on เป็นผลิตผลจากเครื่อง 3D printer ค่ะ

นอกจากจะใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการกลึงชิ้นงานแล้ว ยังมี 3D printer ที่สามารถพิมพ์ die, model, surgical template หรือแม้กระทั่งขากรรไกรจำลอง (ที่เราไว้ใช้สาธิตให้คนไข้ดู หรือไว้ทำ hand-on การฝังรากเทียม) อีกด้วยค่ะ

classroom auditorium (แลปให้ภาพนี้มาค่ะ) ถ่ายจากด้านนอกซึ่งเป็น Lounge มีโซฟา จอ และมุมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องทำการแฟ และบริเวณสำหรับทานอาหาร
ห้องเรียน มีอุปกรณ์พร้อม มองทะลุผ่านกระจกใสหน้าห้องเรียน
จะเห็น operatory room ซึ่งมักใช้ถ่ายทอดการผ่าตัด live surgery

ใช่ค่ะ มีการทำ hand-on รากเทียมระบบของแลป Glidewell (Inclusiv) เค้ามีศูนย์ CE พร้อมสำหรับการเรียนการสอนทันตแพทย์ เรียกว่า technology center ประกอบด้วย classroom auditorium มีจอ ทีวีข้างห้อง 2 จอ และบนโต๊ะของผู้เรียนด้วยค่ะ กระจกบานใหญ่หน้าห้องถ้าปรับให้ใส (กดปุ่มให้ขุ่นได้เป็นจอฉายภาพ และกดปุ่มให้ใสได้ กลายเป็นกระจกใสกั้นห้องธรรมดา) จะมองเห็นห้องถัดไป เป็น operatory หรือห้องทำฟัน ที่ใช้สำหรับทำ live surgery ให้ทันตแพทย์ในห้องเรียนดู (จะดูโดยตรง หรือผ่านจอก็ได้) ห้องนี้ยังใช้ถ่ายทำการผ่าตัด (อัดวิดีโอ, ถ่ายภาพ) สำหรับทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ของแลปด้วย

ภาพถ่าย classroom auditorium ของพวกเราเองค่ะ วันนั้นมี live surgery แบบ open flap
ฝัง mini implant 5 ตัว ที่ขากรรไกรล่างค่ะ

การสอนทำ incision & initial flap reflection

การผ่าตัดฝังรากเทียม mini implant ทั้ง 5 ตัว

การเย็บ

อุปกรณ์กล่องที่ 1 และรายการอุปกรณ์สำหรับ work shop

อุปกรณ์กล่องที่ 2 และรายการอุปกรณ์สำหรับ work shop

ขณะทำwork shop และเมื่อเสร็จ work shop โต๊ะก็กลายเป็นแบบนี้ค่ะ

จบแล้ว ได้ model กลับไปแสดงให้คนไข้ดูค่ะ
และถ่ายรูปกับ Dr. Michael McCracken ผู้สอน

clinical tip จาก Dr.McCracken ใช้ clear acrylic ทำเป็น impression tray
ในการพิมพ์ปาก pick up ตัว locator housing เพื่อให้เห็นชัดว่ากด tissue มากไปหรือไม่ ตำแหน่งใด ชน housing หรือเปล่า

ใน operatory room (หลังกระจกหน้าห้องเรียน) และทีมช่างถ่ายภาพ
และวิดีโอ ที่ทำให้เราเห็นจากจอติดผนัง

เราได้มีโอกาสเข้าสังเกตการ์ณ ใน operatory ของเค้าอย่างใกล้ชิดด้วยค่ะ ห้องนี้ นอกจากใช้ถ่ายทอด live surgery ให้ทันตแพทย์ที่มาเรียนแล้ว ก็ยังใช้รักษาคนไข้จริงๆ ด้วยค่ะ คนไข้ที่นี่ ก็คือพนักงานของบริษัทที่นี่เองค่ะ มีสิทธิในการรับบริการทันตกรรมฟรี รวมทั้งรากเทียม และฟันเทียมด้วยค่ะ (คลินิกพนักงาน ยังมีอีกแห่งให้บริการรักษาทั้งโรคทันตกรรมและโรคทั่วไปค่ะ) อย่างไรก็ดี ความฟรี ก็ต้องแลกมาด้วยการถูกถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และการถูกสังเกตการณ์โดยทันตแพทย์ที่มาเรียน หรือแม้แต่ technician ฝึกงานค่ะ

การทำงานของช่างภาพ ช่างถ่ายวิดีโอ ขณะที่หมอกำลังทำงาน

ก่อนปฏิบัติงาน ทันตแพทย์ discuss กับช่างแลปและทีมช่าง (เสื้อขาว) ผู้ทำ surgical template โดยมีทันตแพทย์ (เสื้อดำ) และพวกเราคอยสังเกตการณ์ / ชุดเครื่องมือ ในวันที่ผ่าตัดฝังรากเทียม 5 ซี่ โดยใช้ surgical template

ถาดเครื่องมือ ที่มี surgical template ใช้ 2 ชุด เพื่อการวิจัยด้วยค่ะ (ไปอ่านงานวิจัยของ
Dr Abai ท่านนี้มาแล้ว เรื่องความคลาดเคลื่อนของการใช้ template เค้าพบว่าคลาดเคลื่อนประมาณ 0.4 mm ค่ะ) / โต๊ะวางอุปกรณ์ข้างห้อง ด้านซ้าย เป็นพื้นที่ของผู้ช่วยทันตแพทย์ มุมบนขวาเป็นจอแสดง CT scan ของผู้ป่วย สามารถหมุนดูกายวิภาคได้ตลอดเวลา

ซูมไปที่รากเทียมที่ใช้วันนั้นค่ะ เป็น brand ที่แลปผลิตเอง (Inclusiv) / ซูมไปที่จอ CT scan

plan ห้องต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกในการทำฟัน และถ่ายทอด, ถ่ายภาพ และวิดีโอ /
มองจากห้อง supply ผ่านห้องทำฟัน เห็นประตูห้องแลป (ซ้าย)
และห้อง media ( ขวา) ที่ช่างภาพ กำลังตรวจดูวิดีโออยู่

วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และสถานที่สำหรับทำฟันเค้าพร้อมมากค่ะ ถ้าให้ห้องทำฟันอยู่ตรงกลาง มุมทั้ง 4 ของห้องทำฟัน มีประตูสำหรับเชื่อมห้องเล็กๆ อีก 4 ห้องทำงาน คือห้อง 1 media สำหรับช่างภาพตรวจดูภาพถ่าย และวิดีโอ 2 ห้อง supply สำหรับเก็บอุปกรณ์ วัสดุ และล้าง sterile 3 ห้อง xray เป็น CT scan และ 4 ห้องแลป เผื่อกรอแต่งฟันเทียมค่ะ เดี๋ยวดูในรูปวาดประกอบได้ค่ะ

Dr. Abai กำลังกรอแต่งฟันปลอม ในห้องแลป ซึ่งมีอุปกรณ์พร้อม เป็นการ chairside adjustment ที่ห่างเก้าอี้ทำฟันสัก 6-7 ก้าว / ภาพการทำงาน ของหมอ และผู้ช่วย
ฝาตู้ด้านหลัง เป็นภาพแสดง Treatment plan ของเคส จาก CT scan ที่ print มาแปะ

การทำงานของ Dr.Abai และผู้ช่วย ขณะใส่รากเทียม โดยใช้surgical template

การแสกน abutment หรือที่เรียกว่า digital impression ในคลินิก

หน้าห้องแลปทันตกรรมแต่ละห้อง จะมีใบ certificate ของช่างแลป แปะเรียงอยู่มากมาย พบแผง certificate แบบนี้อย่างน้อย 5-6 แผง / Popcorn สำหรับพนักงาน มีทุกตึก ทุกห้องแลป ผู้บริหารบอกว่า ตอนบ่าย ถ้าได้กลิ่น popcorn จะสดชื่น ตื่นตัวในการทำงาน

หนึ่งในหลายๆ cafeteria ของพนักงานแลป

  • สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง และหลักสูตรสั้นๆ ได้ที่ www.glidewellce.com
  • ขอขอบคุณบริษัท IDS ประเทศไทย & USA ที่ให้การสนับสนุนการเดินทาง
  • ขอขอบคุณแลป Glidewell คุณ Tim Torbenson ผู้ประสานงาน และดูแลพวกเราค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com