Column ประจำ
Sponsor

รู้จักและรักเพื่อนบ้าน ระบบทันตสุขภาพประเทศพม่า

โดย : ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล
Tags : ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล , AEC , ทันตสุขภาพ , อาเซียน , ทันตแพทย์พม่า , พม่า

สืบเนื่องมาจากผมได้รับเชิญไปบรรยาย เรื่อง Control of Dental Caries in Young Children
ในการประชุมวิชาการทันตแพทยสมาคมพม่า และบรรยายเรื่อง Thailand Dental Public Health
ที่โรงเรียนทันตแพทย์ย่างกุ้งและโรงเรียนทันตแพทย์มัณฑะเลย์
ระหว่างวันที่ 20 - 24 มกราคม 2557 ที่ย่างกุ้ง
ผมได้มุมมองใหม่ของพม่า และอยากที่จะนำข้อมูลที่ได้จาก
การพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนอาจารย์ชาวพม่ามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ประเทศพม่า มีชื่อเต็มๆว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (Republic of the Union of Myanmar) สะท้อนถึงการปกครองที่มีรัฐ (State) หลายๆรัฐของชนกลุ่มน้อย เช่น กะฉิ่น กะเหรี่ยง ฉานหรือไทใหญ่ มอญ ยะไข่ เป็นต้น และยังมีการปกครองที่เรียกว่าเขต (Division) ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นพม่า เช่น เขตหงสาวดี เขตมัณฑะเลย์ เขตย่างกุ้ง เขตอิรวดี เป็นต้น ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พม่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ตั้งแต่การเปิดประเทศ

การร่างรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง การปล่อยตัวอองซานซูจีและการเจรจาหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อย อาจกล่าวได้ว่า ประเทศพม่าในขณะนี้อยู่ในสภาวะสงบสุขและอยู่ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน

พม่ามีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทย แต่มีประชากรประมาณ 60 ล้านคน พื้นที่โดยรวมของพม่าใหญ่กว่าไทย1.3 เท่า (พม่า 676,578 ตารางกิโลเมตร ไทย 513,000 ตารางกิโลเมตร) ร้อยละ 70 ของประชากรอาศัยอยู่ในเขตชนบท เมืองหลวงใหม่เนปยีดอ (อยู่ในเขตมัณฑะเลย์) มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ในขณะที่ย่างกุ้งมีประชากร 4.5 ล้านคนและมัณฑะเลย์ 1.2 ล้านคน นอกจากนั้นจะเป็นเมืองที่มีประชากรไม่กี่แสนคน

องค์การอนามัยโลกจัดลำดับระบบสาธารณสุขในพม่าไว้เป็นลำดับที่ 190 ของโลกซึ่งเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งไม่เป็นที่แปลกใจ เนื่องจากว่า เดิมรัฐบาลพม่าให้เงินลงทุนด้านสุขภาพน้อยมาก ช่วงปี 2002-2010 มีงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพียง 7,000 ล้านจ๊าด แต่พอมาในปี 2011-2012 งบประมาณกระโดดมาเป็น 100,000 ล้านจ๊าด (ถ้าคิดเป็นเงินไทยให้หารด้วย 30)

เพื่อนผมที่เป็นอาจารย์ในคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ยังบอกเลยว่า ในปีสองปีที่ผ่านมาได้งบประมาณมาก่อสร้าง อาคารเรียน ห้องประชุม โรงอาหาร ถนนภายในคณะฯ เป็นจำนวนมากมายแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ในเรื่องสุขภาพ คนพม่าเป็นมะเร็งปอดสูงถึง 18 คนจากประชากร 100,000 คน รองลงมาเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งตับ ส่วนมะเร็งในช่องปากมีร้อยละ 7.26 ซึ่งเทียบเป็นประเทศที่มีมะเร็งในช่องปากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก ชาวพม่าสูบบุหรี่และเคี้ยวหมากกันทั่วประเทศ มะเร็งในช่องปากจึงพบมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งทันตแพทย์ก็เป็นมะเร็งในช่องปากด้วย ในช่วงที่ผมบรรยายที่โรงเรียนทันตแพทย์มัณฑะเลย์ มีคำถามเกี่ยวกับมะเร็งในช่องปากของไทยหลายคำถาม แสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทันตแพทย์พม่าสนใจ

นโยบายสุขภาพระดับชาติเพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อปี 1993 ขยับมาเป็นนโยบายสุขภาพดีถ้วนหน้า Health for All และปัจจุบันกำลังจะทำ Myanmar Health Vision 2030 โดยเป้าหลักต้องการให้คนพม่ามีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มให้เป็น อายุ 75 ปีให้ได้ ส่วนงานทันตสาธารณสุขในพม่า เริ่ม โครงการ Primary Oral Health Care (POHC) project ในปี 1992 ซึ่งน่าจะคล้ายๆกับสาธารณสุขมูลฐานของไทย โดยเขาจะให้ Basic health personal ที่อยู่ตามเมืองต่างๆ มาให้บริการในโครงการ POHC เช่น การให้ความรู้ทันตสุขภาพ ส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง การให้บริการรักษาแบบฉุกเฉิน และการส่งต่อไปรักษา ปัจจุบันทำได้ครอบคลุม 120 เมือง (Township) จากเมืองทั้งหมด 330 เมือง

พม่ามีวันสุขภาพช่องปาก (Oral Health Day) ซึ่งจะจัดกิจกรรมต่างๆในวันที่ 12 กันยายนของทุกปี เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนวันจัดงานเป็นวันที่ 20 มีนาคมแทน เพราะ World Oral Health Day ที่เคยกำหนดวันที่ 12 กันยายน มีการเปลี่ยนวันเป็นวันที่ 20 มีนาคม

แม้ว่าพม่าจะมีประชากรใกล้เคียงกับไทย แต่ทันตแพทย์พม่ามีจำนวนเพียง 3,372 คน (ข้อมูลปี 2013) ซึ่งน้อยกว่าไทยประมาณ 3 เท่า แบ่งเป็นทันตแพทย์ในภาคเอกชน 2,720 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของทันตแพทย์ทั้งหมด ส่วนทันตแพทย์ภาครัฐแยกเป็นทันตแพทย์ในกระทรวงสุขภาพ 512 คน ในมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง 71 คน มหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ 54 คน และในกระทรวงอื่นๆ อีก 15 คน

อัตราส่วนทันตแพทย์ต่อประชากรอยู่ที่ 1: 17,906 คน ซึ่งถือว่า ขาดแคลนทันตแพทย์อย่างมาก (ประเทศไทยมีอัตราส่วนทันตแพทย์ต่อประชากรอยู่ที่ 1: 5,533 คน

นอกจากขาดแคลนทันตแพทย์แล้วประเทศพม่ายังประสบปัญหาในการกระจายตัวของทันตแพทย์อีกด้วย ทันตแพทย์ร้อยละ 80 ที่ทำงานในภาคเอกชนจะอยู่ในเมืองใหญ่ๆเป็นหลัก ซึ่งดูแลประชากรเพียงร้อยละ 30 ในขณะที่ประชากรร้อยละ 70 ที่อาศัยในชนบทมีทันตแพทย์เพียงร้อยละ 20 (ทันตแพทย์ภาครัฐ)ดูแลเท่านั้น อัตราส่วนทันตแพทย์ภาครัฐต่อประชากรอยู่ที่ 1: 113,851

ข้อมูลปัญหาการกระจายของทันตแพทย์คล้ายๆกับไทย ไทยที่มีทันตแพทย์ประมาณ 11,000 คน ทันตแพทย์ไทยเกือบครึ่งหนึ่งทำงานในกรุงเทพฯดูแลประชากร 6-7 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 10 ของประชากร) ส่วนทันตแพทย์อีกครึ่งหนึ่งดูแลประชากรไทยที่เหลืออีก 76 จังหวัดกว่า 47 ล้านคน

ส่วนบุคลากรข้างเคียง เช่นทันตาภิบาล หรือ ทันตานามัยปัจจุบันนี้ไม่มีการผลิตแล้ว เดิมเคยมีทันตาภิบาลแต่เลิกผลิตไปนานแล้ว ในอนาคตอันใกล้คาดว่า จะมีการเปิดโรงเรียนทันตาภิบาลหรือทันตานามัยขึ้นมาใหม่ ขณะนี้รูปแบบยังไม่แน่ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะรูปแบบเดิมนั้น เป็น School dental nurse เน้นให้ทันตาภิบาลทำงานในโรงเรียนและให้การรักษาเฉพาะเด็กนักเรียนเท่านั้น

ช่างทันตกรรมก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะยังไม่มีโรงเรียนช่างทันตกรรมในพม่า มีข้อมูลว่า JICA ร่วมกับบริษัทเอกชนของญี่ปุ่น จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลพม่าในการตั้งโรงเรียนช่างทันตกรรมขึ้นในมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในอนาคตอันใกล้

มี 2 โรงเรียนหลักๆคือ โรงเรียนทันตแพทย์ย่างกุ้ง โรงเรียนทันตแพทย์มัณฑะเลย์ และมีโรงเรียนทันตแพทย์ของทหารอีกแห่งที่ผลิตทันตแพทย์ทหาร ซึ่งผลิตทันตแพทย์ไม่กี่คน แต่เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยอย่างยิ่ง ท่านคณบดีโรงเรียนทันตแพทย์มัณฑะเลย์ยังได้เล่าให้ฟังว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีโรงเรียนทันตแพทย์ที่เป็นเอกชนเปิดสอนในพม่า

โรงเรียนทันตแพทย์ที่ย่างกุ้งก่อตั้งมาแล้ว 50 ปี ปัจจุบันผลิตทันตแพทย์ได้ปีละ 180 คน ส่วนโรงเรียนทันตแพทย์มัณฑะเลย์ผลิตทันตแพทย์ได้ 120 คน รวมแล้วพม่าผลิตทันตแพทย์ปีละ 300 คน (น้อยกว่าประเทศไทยที่ตอนนี้เราผลิตทันตแพทย์ได้ปีละประมาณ 770 คน จากโรงเรียนทันตแพทย์ 8 แห่ง)

นอกจากเรื่องงบประมาณการก่อสร้างที่โรงเรียนทันตแพทย์ได้รับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีนี้ ยังมีงบประมาณการสนับสนุนค่าเล่าเรียนที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นการเรียนฟรี เพราะนักศึกษาทันตแพทย์จะจ่ายเงินค่าเรียน เดือนละ 1 ดอลล่าร์เท่านั้น ผมเข้าใจเองว่าจะเก็บพอเป็นพิธี

ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนทันตแพทย์พม่าทั้ง 2 แห่งน่าสนใจมาก เพราะว่า มีการโยกย้ายอาจารย์ข้ามไปมา เช่น คณบดีที่มัณฑะเลย์ (โรงเรียนที่เล็กกว่า) เมื่อจะขึ้นตำแหน่งใหญ่ขึ้นก็จะมาเป็นคณบดีที่โรงเรียนทันตแพทย์ย่างกุ้ง อาจารย์ต่างๆก็เช่นกัน เพื่อนพม่าผมที่เป็นอาจารย์อยู่ที่มัณฑะเลย์ เมื่อเรียนจบปริญญาเอกจากญี่ปุ่นก็กลับมาทำงานมัณฑะเลย์ 2-3 ปี จากนั้นมาเป็นรองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง คล้ายๆกับว่ามหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการด้วยกันจึงมีการโยกย้ายไปมาได้

การเรียนการสอนในโรงเรียนทันตแพทย์ใช้ Bilingual ถ้าเป็นอาจารย์ทันตแพทย์รุ่นเก่าๆจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนอาจารย์รุ่นใหม่จะใช้ภาษาพม่ามากขึ้น ส่วนคำศัพท์เทคนิคจะใช้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ที่สำคัญคือ ข้อสอบต่างๆทั้งปรนัย อัตนัย จะใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายความว่า นักศึกษาทันตแพทย์พม่ามีความเข้าใจภาษาอังกฤษดีในระดับหนึ่ง เรื่องความสามารถภาษาอังกฤษของนักศึกษาพม่า อาจยืนยันได้จาก ตอนที่ผมบรรยายในโรงเรียนทันตแพทย์ทั้ง 2 แห่ง มีอาจารย์และนักศึกษาทันตแพทย์ร่วมฟังหลายร้อยคน นักศึกษาทันตแพทย์สนใจและตั้งใจฟังมาก มีการพยักหน้า ผมเดาเอาเองว่า คงจะเข้าใจได้ดี และมีคำถามดีๆภายหลังการบรรยายอยู่พอสมควร

แต่เดิมจะมีระบบที่บังคับให้นักศึกษาทันตแพทย์ที่เรียนจบแล้ว ต้องไปทำงานภาครัฐก่อน 3 ปี ถ้าไม่ไปก็จะไม่ให้ใบประกอบวิชาชีพ แต่ปัจจุบันนโยบายนี้ได้ยกเลิกไปแล้วตามการเปลี่ยนแปลงประเทศที่เสรีมากขึ้น นักศึกษาที่จบทันตแพทย์จะได้ใบประกอบวิชาชีพโดยอัตโนมัติ และสามารถไปทำงานในภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ ซึ่งทันตแพทย์ที่จบไปส่วนใหญ่จะทำงานในภาคเอกชน เพราะการสมัครเป็นทันตแพทย์ในภาครัฐนั้นจะต้องสอบแข่งขันกันมาก มีทันตแพทย์ที่สนใจมาสมัครจำนวนมาก ทั้งที่ได้เงินเดือนและรายได้น้อยกว่า นักศึกษาที่จบทันตแพทย์จะได้ใบประกอบวิชาชีพโดยอัตโนมัติ และสามารถไปทำงานในภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ ซึ่งทันตแพทย์ที่จบไปส่วนใหญ่จะทำงานในภาคเอกชน เพราะการสมัครเป็นทันตแพทย์ในภาครัฐนั้นจะต้องสอบแข่งขันกันมาก มีทันตแพทย์ที่สนใจมาสมัครจำนวนมาก ทั้งที่ได้เงินเดือนและรายได้น้อยกว่า

พม่ายังไม่มี การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ จึงไม่มีข้อมูลว่า คนพม่าเป็นโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบกันมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลการสำรวจล่าสุด เป็นการสำรวจใน 4 เมืองใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Asia Oral Health Promotion Fund ในปี 2007 พบว่า เด็ก 5 ปีมีฟันผุร้อยละ 67.85 และมี dmft 4.13 ซี่ต่อคน ส่วนเด็กอายุ 12 ปี มีฟันผุร้อยละ 26.6 และมี DMFT 0.56 ซี่ต่อคน

ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับข้อมูลของประเทศไทยที่เด็ก 5 ปีมีฟันผุร้อยละ 79.5 และเด็ก 12 ปีมีฟันผุร้อยละ 52.3 และมี DMFT 1.56 ซี่ต่อคน

ถ้าเป็นข้อมูลทั่วประเทศพม่า ตาม SEARO Oral health indicators, 2010 พบว่า เด็กอายุ 5 ปี มีฟันผุร้อยละ 95 เด็กอายุ 12 ปีมี DMFT 2.3 ซี่ต่อคน

ใครที่ไม่เคยมาพม่า อาจวาดภาพคนพม่าไว้อีกแบบหนึ่ง เนื่องจากเราเรียนประวัติศาสตร์ว่า พม่ามารุกรานไทย ไทยรบกับพม่า พม่าเผากรุงศรีอยุธยาและลอกเอาทองไป ฯลฯ แต่เมื่อมาที่พม่าแล้ว จะพบในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่คิดเลยครับ

ผมมาพม่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก (ไม่นับการข้ามไปซื้อของที่ตลาดท่าขี้เหล็ก ที่อยู่ตรงข้ามแม่สาย ที่เชียงราย) ผมไม่ได้มากับบริษัทนำเที่ยวจึงได้มีโอกาสเดินในเมืองมัณฑะเลย์ หยั่นโกง(ย่างกุ้ง) พะโค(หงสาวดี) หาร้านอาหารกินข้างถนน เรียกรถเท็กซี่ คุยกับคนขายของ ฯลฯ ได้พบว่า คนพม่าสุภาพและเป็นมิตรมาก ที่เจดีย์ชเวดากองและวัดต่างๆ ผมพบว่าคนพม่าที่มาวัด ไม่ได้มากราบพระแล้วจบ แต่อยู่นั่งสวดมนต์ ภาวนา นั่งนับลูกประคำกันอยู่นานมาก แสดงให้เห็นความเป็นพุทธที่อยู่ภายในจิตใจของชาวพม่า

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com