Column ประจำ
Sponsor

เยี่ยมชมระบบทันตสุขภาพประเทศอาเซียน : ประเทศฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

โดย : สาระเทศ
Tags : สาระเทศ , AEC , ทันตสุขภาพ , อาเซียน , ทันตแพทย์ฟิลิปปินส์ , ฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์มีประชากรทั้งหมด 99 ล้านคน มีทันตแพทย์ถึงประมาณ 40,000 คน มีโรงเรียนทันตแพทย์21 โรงเรียน (มีเพียง 1 โรงเรียนที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐของประเทศฟิลิปปินส์) ผู้สำเร็จการศึกษาต้องสอบใบอนุญาต แต่มีเพียงแค่ประมาณร้อยละ 50 เท่านั้นที่สอบผ่าน

Dr.Juanita H. Fandino (คนซ้ายสุด) ผู้เข้าร่วมประชุม ASEAN Chief Dental Officer จากประเทศฟิลิปปินส์

เธอเป็นสาวสวยมาดเข้ม เสื้อผ้า หน้า ผม ต้องบอกว่าเป๊ะ เรานั่งอยู่ตรงข้ามเธอในโต๊ะประชุม แอบชื่นชมการแต่งตัวของเธอ โดยเฉพาะเครื่องประดับของเธอที่ไม่ว่าจะเป็นชุดไข่มุกน้ำงามครบชุด ตั้งแต่ต่างหู สร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ หรือชุดทับทิมล้อมเพชรสีแดงเข้มขับชุดสูทสีกรมท่าให้งามเด่น เธอเป็นใครหรือคะ ขอโทษค่ะที่ลืมบอกไปแต่แรก เธอคือ Dr.Juanita H. Fandino เป็นผู้เข้าร่วมประชุม ASEAN Chief Dental Officer จากประเทศฟิลิปปินส์ค่ะ รัฐบาลฟิลิปปินส์ส่งเธอมาประกบ Dr.MANUEL F. CALONGE ทันตแพทย์หนึ่งเดียวใน Department of Health ประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากเธอจะแต่งตัวสวยที่สุดแล้วเธอยังเป็นคนเดียวในที่ประชุมนั้นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ “ดิฉันต้องมาช่วย Dr.CALONGE ค่ะ เพราะทั้งกรมเรามีทันตแพทย์อยู่เพียงคนเดียว ถ้าไม่มีใครมาด้วยแล้วกลับไปใครจะช่วยเขาล่ะคะ กรมเราไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานทันตสาธารณสุขโดยตรงหรอกค่ะ Dr.CALONGE เป็นหัวหน้าแผนงานทันตกรรมที่บูรณาการในแผนงานสุขภาพครอบครัว ดังนั้นงานที่เขารับผิดชอบก็เป็นงานที่เกี่ยวกับสุขภาพครอบครัว”

พอพูดถึงฟิลิปปินส์ทำให้เราอดคิดไปถึงประสบการณ์ของเราเกี่ยวกับประเทศนี้เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วไม่ได้ เราถูกส่งเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ ESCAP(The Economic and Social Commission for Asia and the Pacific) เรื่อง‘สุขภาพกับการพัฒนา’ ในการอบรมครั้งนั้น เขาอบรมภาคทฤษฎีที่ตึก ESCAP ถนนราชดำเนิน แต่ให้มาดูงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ ตอนนั้น ฟิลิปปินส์ยังอยู่ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี มาร์กอสช่วงท้ายๆ เมืองเกซอนซิตี้ มีศูนย์การค้าชื่อมาคาติที่ใหญ่โตหรูหรามาก สมัยนั้นเมืองไทยยังไม่มีศูนย์การค้าใหญ่โตหรูหราแบบนั้นเลย เราว่าศูนย์การค้าก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูงาน ที่ผู้จัดอยากให้พวกเราไปดู แต่ไม่ต้องจัดให้เพราะรู้อยู่ว่าพวกมาจากประเทศใน เอเชีย แปซิฟิก ต้องหาทางไปดูเองแน่ๆ

ผู้จัดการอบรมพาพวกเราไปดูงานในชนบทของฟิลิปปินส์ ไปในระดับหมู่บ้าน ไปถึงสถานีอนามัย ที่ดูไม่ดีเลย คนยากคนจน สุขภาพทรุดโทรม ยังมีเด็กขาดอาหารระดับรุนแรงที่เราไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเลย ไปถึงที่ไหนก็จะมีการนำเสนอข้อมูล รวมทั้งสถิติต่างๆให้ผู้ไปดูงานฟัง เรายังจำได้ว่า ทุกครั้งที่ไปฟังการนำเสนอ อาจารย์เราจะเอาเครื่องคิดเลขมาจิ้ม หาที่ผิดในสถิติต่างๆที่เจ้าหน้าที่นำเสนอ แล้วก็พบที่ผิดทุกครั้ง

 

เราว่าอันนี้เป็นส่วนหนึ่งในบทเรียนที่ให้รู้จักพิจารณาข้อมูลทุกตัวอย่างรอบคอบ อย่าเชื่อง่ายๆ เพราะตัวเลขผิด ก็จะทำให้การตีความต่างๆผิดไปด้วย บทเรียนนี้ทำให้เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในเวลาต่อมาเมื่อจะนำเสนอตัวเลขอะไรให้กับผู้มาดูงาน และต้องคิดเลขตามเสมอเมื่อฟังตัวเลขจากการนำเสนอเวลาไปดูงาน

 
Makati, Metro Manila จาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:Makati_skyline_mjlsha.jpg

เมื่อเห็นความยากจน ความเจ็บป่วยของคนในชนบทแล้วเขาก็พาไปดูงานที่สถาบันโรคหัวใจ สถาบันโรคปอด ใจกลางเมืองมะนิลาที่ใหญ่โต มีเครื่องมือทันสมัยราคาแพงๆมากมายน่าจะทันสมัยพอๆกับในประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว ปีหนึ่งๆสถาบันเหล่านี้ให้การรักษาผู้คนได้แค่หลักพันเท่านั้น และคนที่มารับการรักษาที่นี่ก็ไม่ใช่คนยากคนจน แต่เป็นเศรษฐีผู้เป็นใหญ่เป็นโตที่อยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น ทรัพยากรมากมายที่ใช้กับสถาบันเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่มีสุขภาพดีขึ้นมาได้เลย คนจัดการอบรมไม่ต้องพูดอะไรเลยผู้เข้ารับการอบรมก็ซาบซึ้งว่าสุขภาพของคนจะไม่ดีขึ้นมาได้เลยถ้าไม่มีการกระจายทรัพยากรออกสู่คนส่วนใหญ่อย่างเท่าเทียมกัน การกระจายโอกาส และทรัพยากรอย่างเป็นธรรมให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศเท่านั้นจึงจะเป็นการพัฒนาที่แท้จริง อันจะส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่มีสุขภาพดีขึ้นด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือฟิลิปปินส์เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่ไม่เคยมีการดำเนินงานทันตสาธารณสุขใดๆเลย มีแต่คลินิกทำฟันเอกชนมากมาย กระจายอยู่เกือบทุกหัวมุมถนนในเมืองใหญ่ ที่นี้ลองมาฟัง Dr.CALONGE ทันตแพทย์คนเดียวจาก Department of Health ที่เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับงานสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ในปัจจุบันดูบ้าง

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีขนาดประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย แต่มีประชากรมากกว่าประเทศไทยถึง ประมาณ 34 ล้านคน เนื่องจากการคุมกำเนิดขัดต่อหลักศาสนา ฟิลิปปินส์จึงมีอัตราเพิ่มของประชากร สูงถึงประมาณร้อยละ 1.89 (ขณะที่อัตราเพิ่มประชากรของไทยอยู่ที่ร้อยละ 0.4) ประเทศฟิลิปปินส์ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันถึงกว่าเจ็ดพันเกาะ และประเทศยังตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกและอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรทำให้ฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น อยู่เป็นประจำ ประชากรตามเกาะต่างๆเมื่อเผชิญความยากลำบากจากภัยธรรมชาติ ก็พยายามอพยพจากเกาะเล็กๆเข้ามาอาศัยในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาสลัม ปัญหาขยะ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่

จากประชากร 99 ล้านคนของฟิลิปปินส์ ประชากรประมาณถึง 12 ล้านคนออกไปทำงานนอกประเทศซึ่งเป็นทั้งระดับมันสมองและระดับแรงงาน คนฟิลิปปินส์เหล่านี้ออกไปประกอบอาชีพนอกประเทศทั้งใน เอเชีย ยุโรป และ อเมริกา แล้วส่งรายได้กลับมาเลี้ยงครอบครัวในประเทศ รายได้สำคัญส่วนหนึ่งของประเทศมาจากผู้ออกไปทำงานต่างประเทศเหล่านี้ รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมให้คนออกไปทำงานในต่างประเทศ

ภาระในการให้การดูแลสุขภาพของคนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ได้รับการจัดการจากภาคเอกชน ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนฟิลิปปินส์ 2 ใน 3 มาจากเจ้าของสุขภาพเอง รัฐออกค่าใช้จ่ายในการดูแลเพียงแค่ 1ใน 3 เท่านั้น โรงพยาบาลในฟิลิปปินส์ร้อยละ 60 เป็นของเอกชน มีเพียงร้อยละ 40 เท่านั้นที่เป็นของรัฐ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่ แม้ฟิลิปปินส์จะผลิตบุคลากรทางการแพทย์ได้มาก แต่เกือบทั้งหมดผลิตจากมหาวิทยาลัยของเอกชน จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่ชนบทของฟิลิปปินส์จะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

 

ร้อยละ 70 ของพยาบาลฟิลิปปินส์จะออกไปทำงานในต่างประเทศ ฟิลิปปินส์นับเป็นประเทศที่ผลิตพยาบาลส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้ฟิลิปปินส์จะมีโรงเรียนทันตแพทย์ถึง 21 โรงเรียน ผลิตทันตแพทย์ได้ปีหนึ่งๆมากมาย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เพียงประมาณร้อยละ 50 เท่านั้นที่สามารถสอบผ่านได้ใบประกอบวิชาชีพทันตกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นการสูญเสียทางการศึกษาที่ใหญ่หลวง และปัญหาที่ตามมาก็คือการเกิดหมอเถื่อนที่ให้บริการด้อยคุณภาพผุดขึ้นมากมาย ยากต่อการควบคุม

โรคในช่องปากเป็นปัญหาสาธารณสุขที่นับว่ารุนแรงในประเทศฟิลิปปินส์ โดยที่ 92.4% ของชาวฟิลิปปินส์มีฟันผุ และ 78% มีโรคเหงือก (โรคปริทันต์) (DOH, NMEDS 1998) แม้ว่าโรคในช่องปากจะเป็นโรคที่ป้องกันได้ แต่คนฟิลิปปินส์เกือบทุกคนจะได้รับผลกระทบจากโรคเหล่านี้อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อเทียบกันในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน ปรากฏว่าประเทศฟิลิปปินส์มีอัตราการเกิดโรคในช่องปากสูงเป็นที่สอง จะเป็นรองก็แต่บรูไนเท่านั้น จากการสำรวจทันตสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2006 พบว่าประเทศฟิลิปปินส์มีอัตราฟันผุ ถอน อุด ที่อายุ 12 ปี อยู่ที่ 2.9 ซี่ต่อคน ลดลงมาเรื่อยๆจาก 6.39 ซี่ ที่สำรวจเมื่อปี 1982 (ของไทยอยู่ที่ 1.6 ซี่ต่อคนค่ะ)

Jeepney, Common forms of public transport
จาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:WTMP_Pangkat_E-14-1.JPG

ระบบบริการทันตสุขภาพในปัจจุบันของฟิลิปปินส์ ในระดับส่วนกลางมี Department of Health ที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และยังมีโรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ภายใต้การนิเทศติดตาม ที่ให้บริการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟูแก่ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล ในส่วนของรัฐบาลท้องถิ่น ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ก็มีหน่วยให้บริการ ที่ให้บริการตั้งแต่ระดับพื้นฐาน จนถึงระดับที่ทำได้ครบถ้วน ส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็มีการให้บริการทันตสุขภาพแก่เด็ก อายุ 6-12 ปี พนักงานบริษัทก็มีการให้บริการทันตกรรมที่อาจเป็นการให้บริการฟรี หรือหักค่ารักษาจากค่าจ้าง ส่วนในโรงเรียนเอกชน ก็มีโรงเรียนที่ให้บริการทันตกรรมแก่เด็กโดยคิดค่าบริการรวมอยู่ในค่าเล่าเรียน

Department of Health มีความพยายาม ที่จะผลักดันทันตสุขภาพให้ขึ้นเป็นวาระ มีการตั้งเป้าหมายการดำเนินการไว้อย่างเด่นชัด เช่นต้องการให้ชุดบริการทันตกรรมรวมอยู่ในชุดประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้องการให้เกิดความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ สำหรับประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะในประชากรกลุ่มที่ห่างไกล และกลุ่มที่ยากจน

Terrace farming to grow crops in the steep mountainous
จาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:Pana_Banaue_Rice_Terraces.jpg

แม้จะดูเป็นงานที่ยากลำบาก และต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกยาวไกลสำหรับทันตสุขภาพของคนฟิลิปปินส์ แต่พวกเราในที่ประชุม ASEAN Chief Dental Officers ก็มองเห็นถึงความมุ่งมั่น ของ Dr. CALONGE ทันตแพทย์หนึ่งเดียว ใน Department of Health และ Dr. Juanita H. Fandino ที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ส่งมาช่วย พวกเราทั้งหมดขอเป็นกำลังใจให้เขาได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้เพื่อทันตสุขภาพของคนฟิลิปปินส์ อันจะนำไปสู่ การมีสุขภาพที่ดีของประชากรทั้งอาเซียน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com