Column ประจำ
Sponsor

‘ออสเตรเลีย’เป็นประเทศในฝันที่หลายๆคนอยากไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต หลายคนรู้จักประเทศนี้ด้วยความมีชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกตาและสวยงาม สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ ซึ่งนอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ออสเตรเลียยังเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในด้านเป็นแหล่งทางการศึกษาที่สำคัญของโลก ซึ่งรวมถึงเป็นที่ตั้งของโรงเรียนทันตแพทย์ชั้นนำระดับโลกหลายแห่งด้วย

ออสเตรเลีย มีโรงเรียนทันตแพทย์ทั้งหมด 9 แห่ง ทั้งหมดล้วนเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลและได้รับการสนับสนุนงบประมาณทั้งหมดจากรัฐบาลออสเตรเลีย สำหรับ School of Dentistry ของ University of Queensland ที่เรามาเยี่ยมในคราวนี้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและประวัติยาวนานและเป็นที่รู้จักกันดี เนื่องจากเก่าแก่เป็นอันดับสามของออสเตรเลีย(ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 ) ตั้งอยู่ในเมืองบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเมืองที่มีความเงียบสงบและสวยงาม

ที่นี่จัดการเรียนการสอน 2 หลักสูตร ได้แก่ Bachelor of Dental Science (Honour) เป็นหลักสูตร 5 ปี สำหรับทันตแพทย์และ Bachelor of Oral Health เป็นหลักสูตร 3 ปี สำหรับ Dental Hygienist ในประเทศออสเตรเลีย อาชีพทันตแพทย์เป็นอาชีพที่คนอยากเป็นมากอยู่เพราะมีรายได้ดี การสอบเข้าโรงเรียนทันตเเพทย์ที่นี่ จึงมีการแข่งขันที่สูงมาก อย่างไรก็ตามการรับนักเรียนต่างชาติก็เป็นการทำรายได้เข้ามหาวิทยาลัยอีกทางหนึ่ง เพราะจะรับค่าเทอมที่สูงกว่านักเรียนออสเตรเลียถึงเกือบ 5 เท่าทำให้สัดส่วนการรับนักศึกษาออสเตรเลีย: นักศึกษาต่างชาติ ใน University of Queensland ปัจจุบันเป็น 40:30 ซึ่งนักเรียนแต่ละชั้นปีมีประมาณ 65-70 คน

เมื่อรับนักศึกษาเพิ่มก็มีการลงทุนเพิ่ม อาคารเรียนหลังใหม่มีความทันสมัยสูงมาก มีห้องหัวหุ่นจำลองเพื่อเรียนปฏิบัติการกว่า 200 ชุด รองรับนักศึกษาในรายวิชาปฏิบัติการชั้นปี 2-3 ได้อย่างเพียงพอ มียูนิตทันตกรรมพร้อมอุปกรณ์สำหรับการจัดการเรียนการสอนในระดับ undergrad ชุดใหม่กว่า 180 ยูนิต นอกจากนี้ในอาคารดังกล่าวยังประกอบด้วยห้องสมุด ห้องประชุม ห้องสัมมนาย่อย และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเรียนการสอนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท

การเรียนการสอนที่นี่ เน้นการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ (Integrated) โดยรายวิชาหลายๆรายวิชาที่เกี่ยวข้องกันจะถูกเรียนพร้อมกัน และจะมีการผสมผสานการเรียน บรรยาย-สัมมนา และปฏิบัติการอยู่ในรายวิชาเดียวกัน การเรียกหน่วยของวิชาจะไม่ใช้คำว่าหน่วยกิต (credit) แบบบ้านเรา แต่จะใช้คำว่า Unit แทน ซึ่งจะเป็นหน่วยเชิงบูรณาการของ บรรยาย-สัมมนา และปฏิบัติการ อยู่ด้วยกัน

การเรียนการสอนจะมีการใช้แนวคิดของการเรียนรู้แบบกลับทาง (Flip Classroom) มาใช้ คือเรียนวิชาที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน หรือรับถ่ายทอดความรู้ที่บ้าน แล้วมาสร้างความรู้ต่อยอดจากวิชาที่รับถ่ายทอดมาที่โรงเรียน ทั้งนี้ รายวิชาต่างๆจะมีการแขวนไว้บนอินเทอร์เนต นักเรียนสามารถเข้าไปทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองที่บ้าน โดยนักศึกษาจะไม่ถูกบังคับให้มาลงเรียนในวิชาบรรยาย โดยสามารถเรียนออนไลน์และส่งงานตามกำหนดของอาจารย์ผู้สอน โดยมีเพียงการสัมมนากับปฏิบัติการที่เป็นกิจกรรมบังคับ ที่มีการเช็คชื่อและนักศึกษาทุกคนต้องมาเข้าอย่างพร้อมเพรียงกัน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าการจัดบรรยากาศการเรียนรู้แบบ Flip Classroom นี้ มีผลกระทบต่อความสนใจของนักศึกษาในการมาเข้าฟังบรรยายพอสมควร โดยจะมีนิสิตมาฟังบรรยายสดในแต่ละครั้งเพียง 10-15 คน เท่านั้น ยกเว้น ช่วงใกล้สอบเก็บคะแนนต่างๆ ซึ่งอาจารย์ที่นี่ก็มีความกังวลในเรื่องดังกล่าวพอสมควร แต่ก็มีมุมมองว่าการสัมมนา (Seminar) ในแต่ละรายวิชา จะช่วยลดข้อบกพร่องและสามารถทบทวนและสอบทานความรู้ของนักศึกษาในแต่ละรายวิชาได้

สำหรับการใช้ห้องสมุด จะพบว่านักศึกษาที่นี่เข้าห้องสมุดกันเป็นจำนวนพอสมควรในเวลาที่ว่าง เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สามารถต่ออินเตอร์เนตได้สะดวก โดยจะใช้เป็นสถานที่ในการนั่งทำรายงาน ค้นคว้าหาข้อมูล แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้ Laptop ของตนเองกลับไปทำงานที่บ้าน เนื่องจากระบบฐานข้อมูลที่ค่อนข้างดี ทำให้ความจำเป็นที่ต้องมานั่งในห้องสมุดมีน้อยลง นักศึกษาสามารถค้นหา Journal ได้เองที่บ้านอย่างสะดวก

สำหรับการจัดการเรียนการสอนในชั้นคลินิก โรงเรียนแห่งนี้จัดการเรียนการสอนในระบบบล็อก (Blocking System) โดยนักศึกษาจะเวียนกันลงมาปฏิบัติงานตามคลินิกต่างๆ ซึ่งจากการสังเกต พบว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการเรียนการสอนทันตแพทย์ที่นี่ไม่ได้แตกต่างจากโรงเรียนทันตแพทย์ในประเทศไทยเท่าใดนัก เพียงแต่มีการนำระบบดิจิตอลมาใช้ เช่น ระบบเอกซเรย์ดิจิตอล ระบบลงข้อมูลการรักษาในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็เริ่มมีใช้ในประเทศไทยในหลายๆโรงเรียนแล้ว และปัญหาการขาดแคลนผู้ช่วยทันตแพทย์ในคลินิกการเรียนการสอนก็เป็นเช่นเดียวกันกับประเทศไทย เนื่องจากค่าแรงของผู้ช่วยทันตแพทย์ที่นี่ค่อนข้างสูง ดังนั้น ในการปฏิบัติงานในคลินิก จะต้องผลัดกันมาเป็นผู้ช่วยของเพื่อนเหมือนในบ้านเรา

ที่นี่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ทางคลินิกตั้งแต่ปีต้นๆ โดยแนวคิดว่ายิ่งรับรู้ประสบการณ์ในคลินิกเร็ว ก็ยิ่งทำให้เข้าใจบทเรียนมากยิ่งขึ้น และรู้ประโยชน์ของสิ่งที่เรียน ว่าจะเรียนไปทำไม? ทั้งนี้ การทำให้ได้รับ Early experience ทำได้โดยการ Overlap ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชั้นปี 2-3 โดยนักศึกษาปีที่สองจะมีโอกาสลงมาศึกษาการทำคลินิกของชั้นปีที่สามด้วยเพื่อให้เรียนรู้วิธีการ Approach ก่อนเป็นผู้ปฏิบัติจริงในชั้นปีที่สาม ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจ และเข้าใจระบบคลินิกได้ดี และสามารถนำไปสู่การรักษาคนไข้ที่มีประสิทธิภาพต่อไป

จากการศึกษาดูงานประมาณหนึ่งสัปดาห์ พบว่า การจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนแห่งนี้มีประสิทธิภาพ โดยมีอาจารย์ประจำเพียง 10 คน ที่เหลือเป็นอาจารย์พิเศษที่จะผลัดเวียนกันมาลงเช็คงานนักศึกษา ซึ่งคล้ายกับบ้านเรา แต่จากการสังเกตจะพบว่านักศึกษาที่นี่ดูจะไม่เคร่งเครียดมากนัก และมีเวลาว่างพอสมควร ซึ่งอาจจะเป็นเพราะตารางเรียนที่มีการบูรณาการในหลายๆรายวิชาทำให้นักศึกษามีตารางเรียนที่ไม่แน่นมากสามารถนำเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกหลักสูตรได้ การพบเจอประสบการณ์คลินิกตั้งแต่ปีแรกๆก็ช่วยลดความประหม่า และกล้าที่จะทำการรักษาคนไข้มากขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่โรงเรียนทันตแพทย์ไทยควรกลับมาขบคิดกันต่อไปว่าจะสามารถนำเอาจุดเด่นเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทันตแพทยศาสตร์ศึกษาในบ้านเราในโอกาสต่อๆไป

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com