Column ประจำ
Sponsor

โรงเรียนทันตแพทย์แดนมังกร

โดย : ผศ.ทญ. ณฤษพร ชัยประกิจ, ทพ. เจนกฤษฎิ์ อุปดิสสกุล, ทพ. อุดม ว่องไวทองดี, ทญ. ดวงรัตน์ กรสุวรรณสิน, ทญ. สิริภัทรา พัชนี
Tags : Peking University , Peking University Hospital of Stomatology , โรงเรียนทันตแพทย์ในจีน , คณะทันตแพทยศาสตร์ จีน , ปักกิ่ง , มหาวิทยาลัยปักกิ่ง , School of Stomatology , ปักกิ่ง , Beijing , ผศ.ทญ. ณฤษพร ชัยประกิจ , ทพ. เจนกฤษฎิ์ อุปดิสสกุล , ทพ. อุดม ว่องไวทองดี , ทญ. ดวงรัตน์ กรสุวรรณสิน , ทญ. สิริภัทรา พัชนี

Zhonghua Renmin Gongheguo คือ ชื่ออย่างเป็นทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน คนทั่วไปมักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า "จงกั๋ว" ซึ่งแปลว่า "อาณาจักรกลาง มีเมืองหลวงคือ กรุงปักกิ่งหรือเป่ยจิง (ภาษาราชการจีนเรียกว่า “เป่ยจิง” - Beijing ) หลายๆ คนคงมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองปักกิ่งกันหลายครั้งแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยได้เห็นการทำงานของทันตแพทย์ที่ประเทศจีน พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมดูงานที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เนื่องจากที่ธรรมศาสตร์มีความสัมพันธ์อันดี เคยมีการแลกเปลี่ยนการดูงานกันเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพวกเราจบหลักสูตรวุฒิบัตรสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงอยากจะเปิดโลกให้กว้างขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง จึงได้ติดต่อขอไปดูงานยังแผนกศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งทางคณาจารย์จากทางมหาวิทยาลัยปักกิ่งก็ได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี พวกเราจึงได้มีโอกาสไปกัน

ก่อนอื่นทางผู้เขียนจะขอท้าวความถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยในฝันของเด็กๆชาวจีนเสียก่อน โดยมหาวิทยาลัยปักกิ่งแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1898 เดิมมีชื่อว่า Imperial Capital University และในปี ค.ศ. 1912 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Peking University มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศจีนติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี และเป็นศูนย์กลางการวิจัยค้นคว้าแห่งสำคัญของประเทศจีน โดยมีสถาบันวิจัยทั้งหมด 216 แห่ง มีสาขาวิชาสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี 93 สาขา สาขาวิชาสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท 199 สาขา และสาขาวิชาสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาเอก 173 สาขา

คณะทันตแพทยศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หรือ School of Stomatology สังเกตได้ว่าที่นี่ใช้ชื่อว่า Stomatology ซึ่งมีความแตกต่างจากโรงเรียนทันตแพทย์ทั่วไปที่มักจะใช้คำว่า Dental school โดยคำว่า Stomatology นี้เองที่ทำให้ทันตแพทย์ที่นี่ถือว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับช่องปากทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ฟันเท่านั้น

คณะแห่งนี้ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 โดยเป็นมหาวิทยาลัยแรกในประเทศจีนที่มีการให้บริการและจัดการเรียนการสอนในสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ส่วนของคณะทันตแพทยศาสตร์ไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณ Main campus แต่่แยกออกมาอยู่ในส่วนของโรงพยาบาลทันตกรรม (Peking University Hospital of Stomatology) บนถนน Weigoncun

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลทันตกรรมจะพบกับตึกสูงขนาดใหญ่หลายตึก มีความกว้างขวางใหญ่โตเหมาะที่จะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “โรงพยาบาลช่องปาก” โรงพยาบาลแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากรัฐบาลจีนว่าเป็นโรงพยาบาลชั้นหนึ่งของประเทศ ประกอบไปด้วย แผนกเฉพาะทางด้านทันตกรรม 15 แผนก ได้แก่ Endodontics, Periodontology, Pediatric Dentistry, Oral and Maxillofacial Surgery, TMD and Orofacial Pain, Preventive Dentistry, Traditional Chinese Medicine and Oral Medicine, General Dentistry, General Dentistry II, Emergency, Anesthesia, Oral Pathology, Oral & Maxillofacial Radiology, Pedodontics, Pharmacy แผนกเทคนิกการแพทย์ 8 แผนก แผนกผู้ป่วยนอก 2 แผนก แผนกผู้ป่วยในมีจำนวนเตียงผู้ป่วยทั้งหมด 150 เตียง จำนวนผู้ป่วยนอกโดยประมาณอยู่ที่ 0.6 ล้านคนต่อปี หรือประมาณ 2,300 คนต่อวัน

โรงพยาบาลช่องปากแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยด้านทันตกรรม รวมถึงโรคหรือความผิดปกติบริเวณใบหน้าและขากรรไกร จากทั่วทั้งประเทศ และแน่นอนผู้นำคนสำคัญๆของประเทศจีนก็ยังมารักษากัน ณ สถานที่แห่งนี้

เนื่องด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างผศ.ทญ.ดร.ลัดดาวัลย์ สุนันท์ลิกานนท์ และ Professor PENG Xin พวกเราจึงได้รับโอกาสอันดีจากทางแผนกศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล (Oral and Maxillofacial Surgery Department) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ให้มาเยี่ยมชมดูงาน ณ สถานที่แห่งนี้ เมื่อเดินเข้าไปภายในตึกหลักของโรงพยาบาล ก็จะพบกับส่วนรับผู้ป่วยนอก โดยมีผู้คนที่มายืนรอรับบัตรคิวกันแต่เช้าตรู่เป็นจำนวนมาก บรรยากาศดูคล้ายกับโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในประเทศไทยอยู่พอตัว อาทิเช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี เพียงแต่เรามักจะไม่พบเห็นภาพเหล่านั้นในแผนกทันตกรรมกันสักเท่าไร มักจะเป็นในส่วนของผู้ป่วยอายุรกรรมเสียมากกว่า จึงสร้างความตื่นตาให้กับคณะของเราเป็นอย่างมาก

ในส่วนของห้องผ่าตัดของแผนกศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล มีทั้งหมด 8 ห้อง เปิดให้บริการพร้อมกันทั้งหมดทุกวัน โดยในหนึ่งวันจะมีผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 25 ถึง 30 คน หรือประมาณ 3 ถึง 4 คนต่อห้อง ต่อวัน ซึ่งจัดว่าเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์ที่มีห้องผ่าตัดที่มากที่สุดในประเทศจีนเลยทีเดียว จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดภายใต้ยาดมสลบมีประมาณ 5,000 คนต่อปี ซึ่งถือว่ามีจำนวนผู้ป่วยมากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก

เคสที่เราได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในห้องผ่าตัดส่วนใหญ่จะเป็นเคสผู้ป่วยปากแหว่งเดานโหว่ และผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่มารับการผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกและทำการบูรณะส่วนที่ตัดออกไป โดยการใช้กระดูกและกล้ามเนื้อจากบริเวณอื่นของร่างกายมาตัดต่อหลอดเลือด (Microvascular free flap) เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมีการทำหน้าที่บดเคี้ยวได้ปกติ และคงรูปร่างของใบหน้าให้ปกติ

ภายในแผนกมีการแบ่งสาขาย่อยเพื่อดูแลผู้ป่วย แบ่งเป็นสาขาเนื้องอกวิทยาและการบูรณะขากรรไกรและใบหน้า (Oncology and Reconstruction) สาขาอุบัติเหตุ (Oral and Maxillofacial Trauma) สาขาการผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน (Orthognathic Surgery) และ สาขาผู้มีความผิดปกติแต่กำเนิด (Congenital Developmental Deformities) เป็นต้น ซึ่งแต่ละสาขาก็จะมีหอผู้ป่วยในเป็นของตนเอง โดยสาขามะเร็งวิทยาและการบูรณะขากรรไกรและใบหน้าจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด และมีการจัดเป็นศูนย์ในการฝึกอบรมของ AO foundation และ International Association of Oral and Maxillofacial Surgeons (AO Craniomaxillofacial Fellowship Center and IAOMS Oral and Maxillofacial Oncology and Reconstructive Surgery Training Center) นอกเหนือจากงานผ่าตัดที่นี่ยังมีผลงานทางด้านการวิจัยอีกเป็นจำนวนมาก มีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการลงในวารสารมากกว่า 3,000 เรื่อง และตีพิมพ์หนังสือมากกว่า 100 เล่ม

ทางกลุ่มผู้เขียนได้เข้าเยี่ยมชมในส่วนของการเรียนการสอนศัลยศาสตร์่ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลในระดับปริญญาตรี ระดับทันตแพทย์ประจำบ้าน รวมถึงระดับหลักสูตรเพิ่มพูนความรู้ซึ่งเปิดรับนักศึกษาจากนานาชาติด้วย นอกจากนี้ยังได้เข้าดูวิธีการผ่าตัด การตรวจเยี่ยมผู้ป่วยหลังผ่าตัด และการประชุมของอาจารย์ นักศึกษา และพยาบาลผู้ปฏิบัติงานก่อนการเริ่มต้นวันใหม่ด้วย ภาษาส่วนใหญ่ที่ใช้ก็จะเป็นภาษาจีนกลางเนื่องจากต้องใช้สื่อสารกับผู้ป่วย แต่เมื่อมีทางกลุ่มผู้เขียนเข้าร่วมด้วยทุกคนก็จะพยายามพูดภาษาอังกฤษกันเพื่อที่อยากจะให้พวกเราศึกษาและเข้าใจไปกับเขาด้วย ซึ่งอาจารย์และนักศึกษาที่นี่ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษกันได้ค่อนข้างคล่องแคล่วเลยทีเดียว

การได้รับเชิญและมีโอกาสได้มาดูงานศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง นอกจากจะเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างองค์กรระดับประเทศแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยเปิดโลกทรรศน์ของพวกเราให้ได้รู้ว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศเรานั้นมีความเจริญก้าวหน้า มีความเติบโตในวงการแพทย์ไปถึงไหนแล้ว ได้รู้ว่าคนเอเชียก็มีดีไม่แพ้ชาติยุโรป หรืออเมริกา นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจจะมาศึกษาต่อ ณ ประเทศแห่งนี้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com