Column ประจำ
Sponsor

รูปแบบงานทันตสาธารณสุขสำหรับประชากรสูงอายุของประเทศฮ่องกง

โดย : ทญ.ดร.มัทนา พฤกษพงษ์
Tags : สูงวัย , สูงอายุ , สังคมสูงอายุ , ทันตสาธารณสุข , ทันตกรรม , ฮ่องกง , มัทนา พฤกษพงษ์

ฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางของจีน แต่จีนยอมให้ฮ่องกงดำเนินนโนบายต่างๆรวมทั้ง การจัดการระบบสุขภาพอย่างอิสระได้ถึงปีพ.ศ. 2590 ซึ่งในฮ่องกงนั้น นอกจากจะมีสถานบริการทางการแพทย์และทันตกรรมของภาครัฐและภาคเอกชนคล้ายกับในประเทศไทยแล้ว ยังมีองค์กรนอกภาครัฐ หรือ NGOs จำนวนมากที่มีสถานบริการทางการแพทย์และทันตกรรมเป็นของตนเอง

งานทันตกรรมผู้สูงอายุในฮ่องกงเพิ่งเริ่มได้ไม่กี่ปี แต่มีโมเดลที่น่าสนใจมาก นั่นคือทางภาครัฐหรือองค์กรที่เทียบเท่ากระทรวงสาธารณสุขของฮ่องกงจะทำสัญญาเฉพาะกิจกับ NGO ที่มีคลินิกทันตกรรม กับ ทันตแพทยสมาคม และ ทันตแพทย์เอกชน ให้เป็นผู้ให้บริการ โดยภาครัฐทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารจัดการ วางแผน ประเมินผล และ เป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับประชาชนที่มีสิทธิ

โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการและระบบประกันสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในฮ่องกงนั้นแยกออกเป็น 2 ส่วน

“Outreach Dental Care Programme for the Elderly”

ส่วนแรกคือโครงการที่เน้นงานด้านส่งเสริมป้องกันและทำการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดไม่สบายหรือการป้องกันการติดเชื้อ โครงการนี้ชื่อ “Outreach Dental Care Programme for the Elderly” รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนฮ่องกงและอาศัยอยู่ใน Residential Care Homes และ Care and Attention Homes for the Aged Blind ที่ขึ้นทะเบียนกับ Social Welfare Department หรือ Nursing Homes ที่ขึ้นทะเบียนกับ Department of Health หรือ ผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนใช้บริการกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน (Day Care Centers/Units) ของ Social Welfare Department โครงการนี้บริหารงานโดย หน่วยบริหารจัดการงานทันตกรรมเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ (Outreach Dental Care Programme for the Elderly Management Unit: ODCP) ซึ่งอยู่ในสังกัด Department of Health โครงการนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดย NGOs จะทำเรื่องเบิกค่าบริการตามรายการ (item) มาที่ ODCP ส่วน NGO จะจ่ายค่าบริการกับทันตแพทย์เป็นเงินเดือนหรือ fee-for-service นั้นเป็นการบริหารจัดการภายในของ NGOs เอง

“Community Care Fund: Elderly Dental Assistance Expanded Programme”

ส่วนที่สองคือ โครงการ “Community Care Fund: Elderly Dental Assistance Expanded Programme” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาทีหลัง ครอบคลุมการให้บริการที่เน้นงานรักษาฟื้นฟู ซึ่งในช่วง phase แรก (เริ่มเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2558) จะให้บริการกับผู้สูงอายุที่อายุ 80 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยได้รับบริการทับซ้อนกับโครงการแรก โดยจะให้บริการใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้และการรักษาทางทันตกรรมเพื่อเตรียมใส่ฟันเทียม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพช่องปาก การถ่ายภาพรังสี ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้การบริหารงานโดยทันตแพทยสมาคม (Hong Kong Dental Association) และ สำนักงาน Community Care Fund ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารกองทุนของรัฐบาลที่ถูกตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2554 โดยมีคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากหลายหน่วยงานเทียบเท่าระดับกระทรวง ได้แก่ Education, Food & Health, Home Affairs, Labour & Welfare และ Social Welfare นั่นคือเงินทุนมาจาก Community Care Fund และ ทันตแพทยสมาคมเป็นผู้บริหารงาน จัดจ้างทันตแพทย์เอกชน และ ทันตแพทย์สังกัด NGOs เพื่อให้บริการโดยเบิกจ่ายตามรายการ

จะเห็นได้ว่าโครงการแรกไม่ครอบคลุมการทำฟันเทียม ผู้ป่วยหรือญาติต้องรับผิดชอบค่ารักษาส่วนนี้เอง และ ปัจจุบันนี้ โครงการแรกจะให้บริการเฉพาะผู้สูงอายุที่อาศัยในสถานบริบาลและผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนใช้บริการกับ Day Care Center เท่านั้น ในขณะที่โครงการหลังเน้นให้บริการกับผู้สูงอายุที่อายุเกิน 80 ปีที่อาศัยอยู่ในชุมชน จุดอ่อนของโครงการที่สองคือ เมื่อรักษาจนทำฟันเทียมเสร็จแล้วจะไม่ครอบคลุมการดูแลรักษาในPhase maintenance ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือในการทำความสะอาดช่องปากประจำวัน ซึ่งเป็นประเด็นต้องพัฒนากันต่อไป

ตัวอย่าง NGOs ที่ผู้เขียนได้ไปดูงานคือสำนักชี "ฉีหลิน" ที่จดทะเบียนกับ Department of Social Welfare ในนาม “Chi Lin Nunnery Social Service Division” สำนักชีนี้มีพื้นที่ 33,000 ตร.ม. นอกจากจะเป็นสำนักปฏิบัติธรรม สวนสาธารณะและโรงเจแล้ว ยังเป็นสถานบริการผู้สูงอายุระยะยาวครบวงจร คือมีทั้งบ้านพักผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน (Day Care Center) มีกิจกรรมและบริการกายภาพบำบัด มีคลินิกแพทย์ทั่วไป จักษุแพทย์ และ มีคลินิกทันตกรรมด้วย บุคลากรที่นี่มีทั้งที่เป็นอาสาสมัครและได้รับเงินเดือน ในส่วนของคลินิกทันตกรรมมีทันตแพทย์ประจำ 3 คน และมีทันตแพทย์ part-time อีก 2 คน ดูแลทั้งผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ที่นี้ หรือ ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีเก้าอี้ทันตกรรมทั้งหมด 4 ตัว โดยที่ทันตแพทย์จะออกตรวจที่บ้านพักผู้สูงอายุโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางลงมาที่คลินิกซึ่งอยู่ชั้นล่างด้วย

บ้านพักผู้สูงอายุ หรือ Day Care ในฮ่องกงมีหลายคุณภาพมากทั้งที่สะอาดดูดีแบบที่ฉีหลิน มีทั้งแบบห้องแถวเล็กๆ ทั้งหมดมี 920 แห่งในเกาะฮ่องกง(เล็กๆ แค่นั้น) รวมแล้วมีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในสถานบริการระยะยาวเหล่านี้ประมาณ 69,000 คนที่โครงการ Outreach รับผิดชอบดูแล ในบ้านพักผู้สูงอายุขนาดเล็กที่ไม่มีทันตแพทย์ประจำก็จะมี NGO อื่นๆ รับผิดชอบในการจ้างทันตแพทย์ให้เข้าไปตรวจและรับมาดูแลรักษาต่อที่คลินิกของ NGOs ขนาดใหญ่ในละแวกใกล้เคียง

ส่วนโครงการที่ Community Care Fund ที่ร่วมกับทันตแพทยสมาคมนั้นรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชนรวมประมาณ 130,000 คน (เฉพาะที่อายุมากกว่า 80 ปี) ทางโครงการคาดหวังว่าจะมีทันตแพทย์เอกชนและทันตแพทย์สังกัด NGO รวม 400 คนเข้าร่วมให้บริการ

มองภาพรวม ระบบกระทรวงสาธารณสุขของฮ่องกง

หน่วยงานที่เทียบเท่ากับกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับสุขภาพ คือ The Food and Health Bureau ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดระดับเดียวกับ "กรม" อยู่ 2 หน่วยงานได้แก่ Department of Health (DH) และ Hospital Authority (HA) คล้ายๆกับ กรมอนามัย และ กรมการแพทย์ แต่ไม่มีองค์กร เช่น สปสช. แยกออกมา และ คลินิกและโรงพยาบาลรัฐเกือบทั้งหมด 50 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนตะวันตกหรือแพทย์แผนจีนที่ขึ้นกับ Hospital Authority (HA) โดยมีเพียง 2 โรงพยาบาลในสังกัด HA ที่มีแผนกทันตกรรม

ส่วนคลินิกบริการทางทันตกรรมของรัฐทั้ง 12 แห่งซึ่งให้บริการภายใต้ประกันสุขภาพแบบรัฐสวัสดิการนั้นขึ้นอยู่กับ DH โดยประกันสุขภาพช่องปากนั้น ชุดสิทธิประโยชน์ครอบคลุมเฉพาะงานทันตกรรมในโรงเรียน การถอนฟัน และการรักษาฉุกเฉินเพื่อลดความเจ็บปวด นอกนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ป่วยเอง ในฮ่องกงมีโรงพยาบาลเอกชน 12 แห่ง มีคลินิกทันตกรรมเอกชนมากมายเช่นเดียวกับประเทศไทย

นโยบายของรัฐบาล ณ ตอนนี้ คือ พยายามโอนถ่ายงานให้ DH เน้นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นหลัก ให้ลดงานรักษาฟื้นฟูให้ไปขึ้นกับ HA แต่เนื่องจากโครงสร้างองค์กรที่เป็นมาแต่เดิมแยกงานทันตกรรมออกมาจาก HA เลยทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปได้ช้ามาก

ความเป็นมาของ
งานทันตสาธารณสุข
สำหรับผู้สูงอายุในประเทศฮ่องกง

ฮ่องกง เป็นอีกประเทศที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หน่วยงานเทียบเท่า สำนักทันตสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขของฮ่องกงได้ส่ง Dr. Frankie So ทันตแพทย์ในสังกัดไปเป็น “visiting scholar” ที่ University of British Columbia (UBC) ประเทศแคนาดา เป็นเวลา 1 ปี นั่นคือการให้ไปศึกษาดูงานทันตกรรมผู้สูงอายุไปพร้อมกับการทำงานวิจัยเล็กๆ 1 ชิ้น (รวบรวมข้อมูลจากแฟ้มผู้ป่วยเพื่อช่วยประเมินผลการดำเนินงานของโครงการทันตกรรมผู้สูงอายุของ UBC) ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมงานกับ Dr. So ขณะที่อยู่ที่ UBC และได้เป็นที่ปรึกษาซึ่งกันและกันเรื่อยมา

Dr. So เดิมทำงานกับกลุ่มประชากรเด็กเล็กและสนใจเรื่อง Early Childhood Caries แต่ได้รับการชักชวนของหัวหน้างาน Dr. Joseph Chan ที่เห็นแนวโน้มประชากรว่าต้องเริ่มงานทันตสาธารณสุขสำหรับประชากรสูงอายุได้แล้ว จึงได้เริ่มศึกษาและทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง

หลังจากกลับจากแคนาดา Dr. So เริ่มงานทั้งๆ ที่ยังไม่มีหน่วยงานย่อยเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แต่ได้รับมอบหมายให้เริ่มร่างเอกสารและแผนงานต่างๆ เพื่องานทันตสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุ และใช้เวลาส่วนตัวติดต่อบ้านพักผู้สูงอายุ 1 แห่งที่ขึ้นกับองค์กรการกุศล St. John's เพื่อขอเข้าไปดูแลรักษาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุของที่นั่น โดยเก็บข้อมูลและให้บริการครบระบบทั้งตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก ให้การรักษาทางทันตกรรม เป็นโค้ชให้พยาบาลและผู้ดูแลสามารถดูแลทำความสะอาดสุขภาพช่องปากประจำวันได้

ในขณะเดียวกันนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ “A Task Force on Primary Dental Care and Oral Health” ขึ้นในปี พ.ศ. 2553 ภายใต้หน่วยงานระดับเทียบเท่ากับ Department of Health แต่ชื่อว่า Department of Food and Health Bureau ซึ่งต้องการพัฒนางานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของประเทศให้ดียิ่งขึ้น โดยผลสรุปของ Task Force นี้ระบุว่าความต้องการลำดับต้นๆ ของประเทศคือการพัฒนาสุขภาพช่องปากของประชากรสูงอายุ

Dr. So จึงได้เป็นหัวหน้าโครงการนำร่อง “A Pilot Outreach Dental Care Project” ในบ้านพักผู้สูงอายุ และ day care centres หลายแห่ง ซึ่งได้ส่งรายงานผลการดำเนินงานกลับให้ Task Force เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556

ผลการศึกษาโครงการนำร่องที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์และความเป็นไปได้ จุดอ่อน จุดแข็ง นำมาซึ่งโครงการระยะยาว โดย Dr. So ได้ทำการติดต่อ NGOs ที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุทั้งหมดในประเทศฮ่องกงเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งมีประมาณ 920 แห่ง ดูแลผู้สูงอายุ 69,000 คน และ ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 ก็ได้จัดประชุมกับ NGOs ที่เกี่ยวข้อง โดยได้ชี้แจงแผนการดำเนินงานพร้อมแจกคู่มือการปฏิบัติงานและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับผู้บริหาร NGOs และ ทันตบุคลากร ได้แก่ 1) Guideline สำหรับทันตแพทย์ 2) คู่มือ Best Practice สำหรับการดูแลทำความสะอาดช่องปากประจำวัน 3) แนวทางการจัดการอบรมพยาบาลและผู้ดูแล 4) แบบฟอร์มการเบิกค่าใช้จ่ายหรือการขอทุนจากแผนงาน

แผนงาน Outreach Dental Care Programme for the Elderly (ODCP) นี้เริ่มงานมาเป็นปีๆ ก่อนที่จะมี ออฟฟิศของ Management Unit เป็นของตัวเองเสียอีก ออฟฟิศของหน่วยงานซึ่งเดิมเป็นคลินิกแห่งแรกๆ ของฮ่องกงเพิ่ง renovate เสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 และทันตแพทย์ทั้ง 3 ท่านเพิ่งทำเรื่องกรอบอัตรากำลังและย้ายหน่วยงานสำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2558 นี้เอง

แต่เดิมมางานทันตสาธารณสุข ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ 1. งานทันตกรรมโรงเรียน (School Dental Care Service) 2. งานทันตกรรมโรงพยาบาล (Hospital Dental Service) 3. งานทันตกรรมสำหรับข้าราชการ (Government Dental Service) และ 4. งานทันตสุขศึกษา (Oral Health Education Unit) โดย หน่วยบริหารจัดการงานทันตกรรมเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ (Outreach Dental Care Programme for the Elderly Management Unit: ODCP) นี้ได้เพิ่มมาเป็นหน่วยงานที่ 5

1. งานทันตกรรมโรงเรียน
(School Dental Care Service)

2. งานทันตกรรมโรงพยาบาล
(Hospital Dental Service)

3. งานทันตกรรมสำหรับข้าราชการ
(Government Dental Service)

4. งานทันตสุขศึกษา
(Oral Health Education Unit)

5. หน่วยบริหารจัดการงานทันตกรรมเชิงรุกสำหรับผู้สูงอายุ
(Outreach Dental Care Programme for the Elderly Management Unit: ODCP)

 

จะสังเกตได้ว่าหน่วยงานนี้ใช้คำว่า
Management Unit นั่นคือ
เป็นตัวกลางเท่านั้น
โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

  1. บริหารจัดการการกระจายงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบบริการ (ให้ NGOs เขียนขอทุนมา)
  2. เป็น Third Party Payers คล้ายๆ สปสช.โดยคำนวณตาม fee-for-service
  3. เป็นผู้กำหนดมาตรฐานงานบริการ ประเมินผลการดำเนินงาน และ
  4. เป็นหน่วยสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร (Training)

ส่วนโครงการ Community Care Fund ที่มาทีหลังนั้น เริ่มจากผู้บริหารในรัฐบาลท่านหนึ่งเห็นความสำคัญและได้ติดต่อทันตแพทยสมาคมให้ร่วมงานโดยถือเป็นโครงการแยก ไม่ขึ้นกับการบริหารงานของ Department of Health แต่อย่างใด

เมื่อย้อนคิดถึงประเทศไทย เรามีโครงสร้างพื้นฐานเรื่องสถานบริการที่เอื้อต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนมากกว่ามาก มีโรงพยาบาลชุมชน มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยที่ผู้ให้บริการทำงานครอบคลุมทั้งสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และ ให้การรักษาฟื้นฟู รวมทั้งมีระบบเยี่ยมบ้านเพื่อ Phase maintenance ที่ลืมไม่ได้ งานผู้สูงอายุในประเทศไทยเน้นไปที่ผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน ทันตบุคลากรและผู้วางแผนงานระดับเขตหรือประเทศอาจต้องเริ่มสำรวจความต้องการของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามสถานพยาบาลหรือสถานบริบาลร่วมด้วย การทำงานร่วมมือกับภาคเอกชน หรือ NGOs อาจเป็นโมเดลทางเลือกในการทำงานในเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากในเมืองใหญ่นั้นมีประชากรกลุ่มที่เรียกว่า invisible minority เป็นชนกลุ่มน้อยที่ตกสำรวจ เป็นกลุ่มที่บุคลากรสาธารณสุข และ บุคลากรทางการแพทย์และสหสาขาในชุมชนเมืองน่าจะร่วมมือวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนร่วมกันต่อไป

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com