Column ประจำ
Sponsor

เมื่อเราไปฝึกงานที่โตเกียว

โดย : นทพ. อธิษฐ์ จิรนภาวิบูลย์
Tags : อธิษฐ์ จิรนภาวิบูลย์ , Tokyo Medical and Dental University , TMDU , ทันตแพทย์ญี่ปุ่น

ซึ่งได้รับการยกย่องและเป็นที่ใฝ่ฝันจากทันตแพทย์ทั่วโลกในการศึกษาต่อ รวมถึงนักเรียนทันตแพทย์ อย่างพวกเราเช่นกัน ตลอดช่วงเวลาสองสัปดาห์ พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมศึกษาและเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอน การทำงาน รวมถึงการจัดการภายในคลินิกและห้องปฏิบัติการต่างๆโดยนอก เหนือจากการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัยแล้ว พวกเราก็ยังได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ มากมายภายนอกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น สถานที่ต่างๆ ภายในเมืองหลวงอย่างโตเกียวและปริมณฑลโดย รอบ รวมไปถึงได้ลิ้มรสอาหารอร่อยๆ และได้สัมผัสวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย

ประชากรของประเทศญี่ปุ่นทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการ ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพได้ อย่างครอบคลุม ทั่วถึงและมีความเท่าเทียมกันในประเทศญี่ปุ่น ตามสถานที่สาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อโดยเฉพาะในโรงพยาบาลจะมีกล่องสีส้มๆ แดงๆมีรูปหัวใจกับสายฟ้าและ เขียนว่า AED วางอยู่ตามตำแหน่งต่างๆมากมาย มันคือ Automated External Defibrillatoหรือเครื่อง กระตุกหัวใจอัตโนมัติโดยใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งใช้ในการประเมินและช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีคลื่นหัวใจไม่ปกติ มีการออกคำสั่งที่เข้าใจง่ายและคนทั่วไปสามารถใช้งานได้  ทำให้ผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลืออย่างทัน ท่วงที  นี่อาจเป็นสิ่งเล็กๆ ที่แสดงถึงได้ถึงความเอาใจใส่และการให้ความสำคัญกับการบริการทาง สุขภาพให้แก่ประชากรของประเทศนี้

การได้เข้าไปศึกษาภายใน TMDU ในครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงพวกเราแค่หกคน แต่ยังมี เพื่อนจากมหาวิทยาลัยอื่นมากมาย ทั้งจากทางเวียดนาม อินโดนีเซียเพื่อนคนไทยจากต่างมหาวิทยาลัย รวมไปถึงเพื่อนๆนักเรียนทันตแพทย์ของ TMDU ด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนความรู้และ ประสบการณ์ระหว่างนักเรียนที่มาจากประเทศที่แตกต่างกันได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อ สาร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และร่วมเรียนรู้จากกิจกรรมที่สนุกสนานและมีประโยชน์มาก มาย เช่น กิจกรรม teamwork activity ซึ่งเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทันตแพทย์ การ เยี่ยมชมบริษัทผู้ผลิตทันตวัสดุ ที่มีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆในการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในทางทันตกรรมมาก มาย และยังมีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็น การเปิดโลกกว้างทางการเรียนรู้ให้พวกเราได้สัมผัสกับเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ถูกคิดค้นเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร รวมไปถึงการพัฒนาวิทยาการทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ และที่ขาดไม่ได้คือกิจกรรมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละประเทศในช่วงท้ายของโครงการซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ และน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

การเรียนการสอนที่นี่จะให้ความสำคัญกับงานในห้องปฏิบัติการและงานวิจัยเป็นหลัก อาจเนื่อง จากจำนวนของแพทย์และทันตแพทย์มีปริมาณค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนของประชากรมีอาจารย์ ยกตัวอย่างแบบติดตลกว่า จำนวนของคลินิกทันตกรรมมีมากกว่าจำนวนของร้านสะดวกซื้อเสียอีก จึง ส่งผลให้ระบบการศึกษาในปัจจุบันจะถูกเน้นไปในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆและงาน วิจัย เพื่อนำมาใช้ในการรักษาคนไข้และพัฒนาระบบการให้บริการทางสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของ นักเรียนทันตแพทย์ของ TMDU นั้นจะได้เริ่มทำการรักษาคนไข้ด้วยตนเองเมื่อศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 6 ซึ่งก่อนหน้านั้นจะมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยของอาจารย์ในการรักษาคนไข้ หรือบางมหาวิทยาลัยในประ เทศญี่ปุ่นนักศึกษาจะไม่มีโอกาสได้ทำการรักษาคนไข้ด้วยตนเองเลยจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาเนื่อง จากมีผู้ป่วยเลือกรับการรักษากับนักเรียนทันตแพทย์น้อย ซึ่งแตกต่างจากในประเทศไทย นักเรียน ทันตแพทย์ได้เริ่มทำการรักษาคนไข้ตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 4 โดยนักเรียนจะต้องเป็นผู้วางแผนการรักษา และจัดการคนไข้ด้วยตนเองภายใต้การควบคุมของอาจารย์ ทั้งการนัดหมายคนไข้และการรักษา หลัง จากสำเร็จการศึกษาแล้วนักเรียนทันตแพทย์ของญี่ปุ่นจะต้องอยู่ฝึกปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยไม่มี การออกไปใช้ทุนต่างจังหวัดเหมือนในประเทศไทย ส่วนนักเรียนทันตแพทย์ต่างชาติที่ศึกษาต่อในประ เทศญี่ปุ่นนั้น จะไม่ได้รับโอกาสให้ทำการรักษาคนไข้เนื่องจากไม่มีใบประกอบวิชาชีพของประเทศญี่ปุ่น

ในส่วนของคลินิกตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยนั้น ได้มีการแบ่งออกเป็นคลินิกเฉพาะทางหลาย ด้านและมีความจำเพาะเจาะจง เช่น ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกลิ่นปากจะมีคลินิกสำหรับตรวจวิเคราะห์ สาเหตุและรักษาปัญหากลิ่นปากโดยเฉพาะ(Malodor clinic) หรือในผู้ป่วยที่มีปัญหาความเจ็บปวด บริเวณช่องปากและใบหน้าจะได้รับการจัดการด้วยเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาโดยตรง(Orofacial pain management) มีคลินิกที่รวมการศึกษาเรื่องการเกิดฟันผุเข้ากับการรักษาทางหัตถการ (cariology and operative dentistry) สำหรับการวินิจฉัยโรคฟันผุจากต้นเหตุที่แท้จริง และพัฒนา แนวทางการรักษาโรคฟันผุนอกเหนือจากการรักษาทางหัตถการซึ่งเป็นการรักษาจากปลายเหตุเพียงอย่างเดียว มีคลินิกสำหรับนักกีฬาและผู้ที่รักการเล่นกีฬา (sport medicine) เพื่อดูแลรักษา และป้อง กันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณช่องปากและใบหน้าระหว่างการเล่นกีฬาได้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาการดูแลอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาให้ดียิ่งขึ้น และยัง มีคลินิกสำหรับผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้สูงอายุ และโรคที่หาสาเหตุไม่ได้จากทางกายซึ่งอาจ เกิดจากจิตใจ ที่จะต้องได้รับการรักษา การจัดการและความเข้าใจเป็นพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญ จากรูป แบบการเรียนการสอนและคลินิกที่กล่าวมาข้างต้น ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  ความละเอียดอ่อนในรายละเอียดต่างๆ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นผู้นำในด้านการ รักษาและการผลิตเครื่องมือสำหรับทันตแพทย์ของชาวญี่ปุ่นถึงแม้ว่าโรงเรียนทันตแพทย์ในแต่ละประเทศจะมีแนวทางและขั้นตอนก่อนการสำเร็จการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่แตกต่างกันอย่าง แน่นอนคือความต้องการในการให้บริการทางการแพทย์ที่ดี เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและเพื่อ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

เริ่มตั้งแต่การจัดหาที่พักอาศัย การเดินทาง ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย และที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง ระเบียบวินัยในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ ความตรง ต่อเวลา เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญเรื่องเวลา เป็นอย่างมากความตั้งใจและความเอาใจใส่ในการทำงาน คนญี่ปุ่นจะประเมินกันที่ความตรงต่อเวลา   ส่วนเรื่องรายละเอียดเล็กๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะ การใส่ใจในรายละเอียดของเรื่องต่างๆ ถือเป็นสิ่ง สำคัญในวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ยกตัวอย่างง่ายๆ

เช่น การใช้ลิฟท์มารยาทในการใช้ลิฟท์ถือเป็นเรื่อง ที่ละเอียดอ่อน เนื่องจาก “ลิฟท์” เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยม เล็กๆที่มีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักใช้งานร่วมกันในทุกๆ วันการเรียนรู้มารยาทในการใช้พื้นที่สี่เหลี่ยม เล็กๆ นี้จึงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในการยืน

การเดินเข้า-ออกรวมไปถึงหน้าที่ในการกดเปิด-ปิด ก็เช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โดย ธรรมชาติของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นคนขยันและมีความรับผิดชอบต่องานที่ตนได้รับเป็นอย่างมากดังนั้นการ ที่เราเป็นนักเรียนต่างชาติก็ต้องพยายามปรับตัวให้กลมกลืน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความขยันหมั่น เพียรในการทำงานของเรา เรื่องของการสื่อสาร เนื่องจากช่วงแรกที่เดินทางไป เรายังไม่สามารถสื่อ สารเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว และคนญี่ปุ่นส่วนมากพูดภาษาอังกฤษกันได้น้อย ทำให้การ สื่อสารทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวันและในด้านการเรียนค่อนข้างลำบาก  แต่อย่างไรก็ดี ในช่วง 6 เดือนแรกทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการจัดการเรียนการสอนด้านภาษาญี่ปุ่นให้กับนักเรียนต่างชาติเพื่อ ให้สามารถติดต่อสื่อสารขั้นพื้นฐานได้ ท้ายสุดแล้วการปรับตัวที่เร็ว ความขยันขันแข็ง ความช่างสังเกต และหมั่นพัฒนาตนเองนั้นจะทำให้เราเข้ากับสังคมที่นี่ได้เร็วขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com