Column ประจำ
Sponsor

กิจกรรมเสริมหลักสูตรสู่การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์


Tags : เพาะต้นกล้า , ฟังด้วยหัวใจ , ผู้นำสี่ทิศ , ธรรมชาติมนุษย์

"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์"

คำปณิธานของพระบิดาข้อความนี้ สำหรับชาวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ แล้ว นับเป็นสิ่งที่ใช้ยึดถือในการดำรงชีวิตเป็นอย่างดี

 

พวกเราได้รับการปลูกฝังปณิธานอันแน่วแน่นี้ ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยมีวิชากิจกรรมเสริมหลักสูตร ที่ส่งเสริมให้นักศึกษารวมกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสม่ำเสมอ โดยมี อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 6 ปีที่ใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และความใกล้ชิดกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา

การฟังอย่างลึกซึ้ง คือ อาวุธชิ้นแรกที่ติดให้นักศึกษา เพื่อใช้ในการทำจิตอาสา และดำรงตนเป็นทันตแพทย์ที่ดี ด้วยการจับคู่แล้วผลัดกันเล่าเรื่องสุขและทุกข์ในวัยเด็ก ด้วยเรื่องเล่าตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตนเอง ผู้ฟังหยุดความคิดตัดสินถูกผิด หยุดตั้งคำถามจนกว่าผู้พูดจะหยุดเล่า และจบด้วยการสะท้อนความความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมของทั้งชั้นเรียน ภาพที่ได้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม หยดน้ำตา และกองกระดาษทิชชูเปียกน้ำตา ในทุกวงสนทนา

“ในขณะที่เล่าก็รู้สึกเขินอายบ้าง แต่พอเล่าไปเพื่อนตั้งใจฟัง ทำให้เรากล้าที่จะบอกเล่ามากขึ้น ได้เรียนรู้ที่จะอดทนและตั้งใจฟังผู้อื่นมากขึ้น เมื่อเราทำได้ก็จะเข้าถึงผู้อื่นได้มากขึ้นเพราะเราตั้งใจฟัง”

มนุษย์ทุกคนคงยังไม่สามารถเข้าถึงการฟังอย่างลึกซึ้งภายใต้การฝึกแค่ครั้งเดียว การฟังอย่างลึกซึ้งจึงถูกแทรกซึมเข้าไปอีกหลายกิจกรรม เช่น การดูรายการคนค้นคนเรื่องราวของ ขวัญ-เพชร สองพี่น้องวัยนักศึกษาที่เป็นธาลัสซีเมีย แต่ขวัญและเพชร ไม่เคยคิดว่าตัวเองป่วย ดำรงชีวิตอย่างมีสุขและมีคุณค่า ทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ให้นักศึกษาได้สัมผัสสองพี่น้องเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องคุณค่าของตนเอง และให้ขวัญกับเพชรเปรียบเสมือนตัวแทนคนป่วยหรือกลุ่มคนที่เขากำลังไปทำกิจกรรมจิตอาสาให้รู้ว่า เขารู้สึกอะไร ต้องการอะไร การสะท้อนความคิดความรู้สึกของแต่ละคนหลังกิจกรรม ตอกย้ำการฟังอย่างลึกซึ้งอีกครั้งหนึ่ง

การค้นหาความต้องการของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่นักศึกษาทันตะ ม.อ. ระลึกอยู่เสมอในขณะให้การดูแลผู้ป่วย ดังนั้นกิจกรรมจิตอาสาจึงให้นักศึกษาทำในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการไม่ใช่มุ่งทำในสิ่งที่ตนเองต้องการให้ คนพิการและคนตาบอดเป็นแค่กลุ่มเป้าหมายที่สมมติขึ้นเพื่อให้นักศึกษาลองหาวิธีการค้นหาความต้องการของมนุษย์

“ฉันอยากไปสวนน้ำที่สวนสัตว์สงขลา” เป็นประโยคในกระดาษที่นักศึกษาคนที่สมมติว่า ตัวเองหูหนวก และเป็นใบ้ ต้องสื่อสารด้วยท่าทางให้เพื่อนอีกคนรับรู้ ในขณะที่อีกคนก็ต้อง ฟัง ด้วยหัวใจของตัวเองว่า เพื่อนกำลังสื่อสิ่งใดให้ตนเองรู้ การพาเพื่อนที่ลองเป็นคนตาบอดโดยใช้ผ้าปิดตาไปเที่ยวห้องสมุดของคณะ ใช้ใจสัมผัสเมื่อตัวเองมืดมิด

“บางทีการที่เราคิดว่าคนพิการต้องการความช่วยเหลือทุกอย่าง ไมใช่เรื่องจริง คนพิการทุกคนไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ หรือคิดเหมือนกันทุกอย่างเสมอไป เราต้องเรียนรู้ก่อนว่าพวกเขาต้องการอะไร ไม่ใช่ยัดเยียดความคิดของเราให้กับเขา เพราะการทำอย่างนั้นเหมือนกับการเอาโลกของเราไปใส่ในโลกของเขา ไม่ใช่การพยายามเข้าไปในโลกของเขา ยิ่งเมื่อได้ฟังความคิดจากเพื่อนๆ ยิ่งทำให้ได้คิดว่า บางทีเราคิดในมุมแคบ ต่อไปต้องฟังคนอื่นมากขึ้นแล้ว ความคิดจะได้กว้างและโตขึ้น”

กลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมจิตอาสาขอให้เป็นมนุษย์ เพื่อที่นักศึกษาได้ทำความรู้จักและเป็นครูในการเรียนรู้คน ฝึกฝนการสื่อสาร และสะท้อนกลับการทำงานของนักศึกษาได้ และหากเป็นผู้ด้อยโอกาสยิ่งเป็นการทำให้จิตใจของเขาอ่อนโยน เข้าใจถึงความต้องการพื้นฐานด้านจิตใจมนุษย์ได้ง่าย

“สิ่งที่หนูรู้สึกได้ คือ ทุกคนต้องการกำลังใจเป็นสำคัญ แค่เพียงเราถามไถ่ ไม่ต้องทำอะไรมาก ผู้ป่วยก็ดีใจแล้ว จากจุดประสงค์ที่อาจารย์ถามครั้งแรกว่า ทำจิตอาสาไปทำไม ทำให้ความคิดของหนูไปทางบวกมากขึ้น อยากช่วยเหลือคน อยากดูแลเอาใจใส่ และจะได้ใช้วิชาที่เรียนมาช่วยเหลือคนให้มากที่สุด

“แม้ว่าบางครั้งจะเหนื่อย แต่กิจกรรมได้ให้ประสบการณ์หลายๆ อย่างที่ไม่สามารถหาได้จากห้องเรียน และไม่สามารถหาได้ด้วยตนเอง เช่น ประสบการณ์ที่ได้คุยได้เล่นกับเด็กออทิสติก จากเมื่อก่อนหนูไม่เข้าใจอาการของเด็กออทิสติก หนูรู้สึกไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเข้าใกล้ แต่หลังจากกิจกรรมจิตอาสา ทำให้หนูรู้จักและเข้าใจเด็กพวกนี้มากขึ้น หนูรู้สึกสงสารและเห็นใจคนที่เป็นโรคออทิสติกมากค่ะ พวกเขาต้องใช้ชีวิตลำบากมาก”

เรียนรู้ตนเองและผู้อื่นด้วยจิตตปัญญาศึกษา

 

จบเทอม 1 นักศึกษาจะได้เข้าร่วมวิชาทักษะชีวิตและวุฒิภาวะทางอารมณ์ เป้าหมายของการไปร่วมทำกิจกรรม 3 วัน 2 คืน ด้วยวิถีทางจิตตปัญญาศึกษา คือ การเรียนรู้ใคร่ครวญด้านภายในของตนเองผ่านปัญญาและประสบการณ์ตรง มุ่งให้เกิดความเข้าใจตนเองและคนอื่น และเห็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง อาจารย์เป็นแค่ผู้จัดกระบวนการให้นักศึกษากระโดดเอาตัวลงเรียนรู้ และเกิดปัญญาด้วยตนเอง แต่ละรุ่นรายละเอียดกระบวนการแตกต่างกันไปแต่หัวใจของกิจกรรมที่อยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้คือ สุนทรียสนทนา และผู้นำสี่ทิศ

กิจกรรมสายธารชีวิต ให้แต่ละคนได้เล่าเหตุการณ์สำคัญในชีวิต สุขหรือวิกฤติ สนทนาใต้แสงเทียน ก่อเกิดสายสัมพันธ์ ความไว้วางใจ คลี่คลาย คำอธิบายสั้นๆ ที่นักศึกษามักสะท้อนกลับหลังทำกิจกรรมว่า คือการได้ฟัง และการได้พูดอย่างมีความสุข ตรงไปตรงมากับความรู้สึก นี่หล่ะ สุนทรียสนทนา

“ตอนที่ให้นั่งหลับตานึกย้อนไปมีหลายเรื่องที่มันเข้ามาในสมอง พอนึกถึงเรื่องดีๆ ก็มีความสุข แต่พอนึกถึงเรื่องเลวร้ายก็รู้สึกเสียใจ บวกหดหู่มากๆ คงเพราะเพิ่งเจอเรื่องเสียใจมาเมื่อนานนี้ รู้สึกว่าการนึกย้อนมองตัวเองในอดีตมันทำให้ได้บทเรียนหลายๆ อย่าง ที่เราควรต้องนำมาปรับปรุง เมื่อวานเสียใจ ก็ไม่ได้แปลว่า วันนี้ต้องเสียใจ”

การใช้ชีวิตที่ช้าลง
นั่งหลับตาอยู่กับตัวเองตามความรู้สึก สัมผัสธรรมชาติ
ดูการเคลื่อนไหวของสัตว์ตัวเล็กๆ ต้นไม้ วาดรูป ระบายสี
เพื่อพานักศึกษาจากคลื่นเบต้าด้วยภาวะที่เร่งรีบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
สู่คลื่นอัลฟ่าที่พร้อมจะเรียนรู้และฟัง

ผู้นำสี่ทิศ ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบกับสัตว์ 4 ทิศ ทิศเหนือ - กระทิง ธาตุไฟ การได้เห็นผลลัพธ์ กระทำการรวดเร็ว พลังพุ่งออก เสี่ยง ท้าทาย มุ่งมั่น ทิศใต้ - หนู ธาตุน้ำ การรักษาสัมพันธ์ ไว้ต่ออารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและคนรอบข้าง ทิศตะวันตก - หมี ธาตุดิน เหตุผล ตรรกะ ใคร่ครวญ ทิศตะวันออก - อินทรีย์ ธาตุลม มองกว้าง ไกล เชื่อมโยง หากเราได้เรียนรู้ ยอมรับและชื่นชมความเป็นเฉพาะตน นิสัยใจคอ วิธีมอง วิธีคิด ที่แตกต่างกัน จะทำให้เราอยู่ร่วมอย่างมีความสุข การได้เรียนรู้ความแตกต่างของเพื่อนๆ ได้เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาพื้นที่ส่วนตัวของเราบ้าง เราสามารถนำทุกทิศมาใส่ในตัวเรา

“ทำให้ทราบว่าตัวตนที่แท้จริงของเราเป็นอะไร หนูเป็น “หนู” ค่ะ ขี้น้อยใจ ไม่กล้าตัดสินใจ เมื่อได้นั่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ทำให้เห็นว่าเพื่อนมีนิสัยเหมือนเรามาก รู้สึกดีว่ามีเพื่อนที่เป็นแบบนี้ด้วยเหมือนกัน”

“อยากให้ตัวเองพักผ่อน และเสพความสุขกับครอบครัวและเพื่อนๆ ในฐานะที่ตัวเองเป็น”หมี” ก็อยากจะน้อมรับข้อดีและทิศต่างๆ เข้ามาสู่ตัวเรา ทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและน่าคบมากขึ้น เรา happy กับตัวเองและเพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็จะ happy ด้วย”

อยากทำอะไรให้ ตัวเองและเพื่อนๆ มีความสุขมากขึ้น เป็นคำอำลาปิดวงสำหรับกิจกรรมครั้งนี้

พยายามเปิดใจรับฟังคนอื่นมากขึ้นเพื่อจะได้รู้ว่าเค้าต้องการอะไรจากเราหรือต้องการให้เราทำอะไร และเวลาคิดอะไรก็จะพยายามอธิบายออกมาให้เพื่อนเข้าใจให้ได้ Fighting

“จะใส่ใจตนเองและเพื่อนๆ รอบข้างมากขึ้น จะดูแลตนเองและคนรอบข้างด้วยความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจ รักเพื่อนเหมือนรักตัวเอง ห่วงเพื่อนเหมือนห่วงตนเอง คิดถึงความรู้สึกเพื่อนเหมือนความรู้สึกตนเอง เราจะได้มีความสุข เพื่อนๆ ก็จะมีความสุขด้วย

สัดส่วนการใช้ความรู้สึกต่อความคิดในการดำเนินชีวิตคนเราเป็น 24 ต่อ 1 การมุ่งสะท้อนความรู้สึกภายหลังทำกิจกรรมใดๆ จึงเกิดขึ้นทุกครั้ง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ว่า เหตุการณ์เดียวกัน คนรู้สึกเหมือนหรือต่างกันอย่างไร จึงแสดงพฤติกรรมออกมาแตกต่างกัน ในอนาคตผู้ป่วยก็เป็นเช่นนี้ อย่าได้เอาความรู้สึกหรือความคิดของเราที่เป็นทันตแพทย์ไปตัดสินผู้ป่วยให้รู้สึกหรือคิดเช่นเดียวกับเรา แต่ให้ใช้การฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อทำความเข้าใจผู้ป่วย

กิจกรรมที่จัดในปี 1 ดูเหมือนกิจกรรมนอกหลักสูตรเพื่อพัฒนานักศึกษา หากจัดเช่นนั้นนักศึกษาบางคนคงเลือกจะเข้าร่วมกิจกรรม หรือบางคนคงไม่เข้าเลยดีกว่า แต่การนำมาจัดเป็นรายวิชาที่ต้องลงทะเบียน เป็นการบังคับให้ทุกคนได้เข้าเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ แต่นักศึกษาคนใดจะเห็นตนเอง ได้วิธีการ หรือมีความเร็วในการพัฒนาตนเองคงไม่เท่ากัน อาจจะไม่ได้เลยในขณะทำกิจกรรม แต่หากเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติในชีวิต หรือเมื่อพบเจอผู้ป่วย คงมีการปิ๊งแวบถึง สิ่งที่ตนเองเคยรู้สึกได้หรือเรียนรู้และนำมาใช้ได้ เฉกเช่นที่อาจารย์ที่เคยผ่านมา

หัวใจของมนุษย์เช่นนี้ไม่ได้หยุดยั้งการใส่ให้นักศึกษาทันตะ ม.อ. ไว้แค่ที่ปี 1 แต่ในทุกๆ ปี จนถึงปี6 อีกหลายวิชา หลายกิจกรรม ค่อยๆ เติมหัวใจของมนุษย์ให้ค่อยๆ โตขึ้นๆ เฝ้ารอ ลดน้ำ พรวนดิน ให้หมอฟันเหล่านี้รักษาผู้คนด้วยหัวใจ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com