Column ประจำ
Sponsor

สวัสดีอนาคต

โดย : อ.ทพ.ดร.พัฒนพงศ์ จาติเกตุ หัวหน้าสาขาทันตสาธารณสุข ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็กและทันตกรรมป้องกัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Tags : สวัสดีอนาคต , คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , ชุมชน มศว , อ.ทพ.ดร.พัฒนพงศ์ จาติเกตุ , เพาะต้นกล้า

แนะนำตัวก่อนว่าไม่ใช่เด็กค่ายฯ ไม่เคยออกค่ายฯ ไม่เคยมีความรู้มาก่อนว่าค่ายฯ เป็นอย่างไร มีกี่ประเภท แบบค่ายวิชาการ กับค่ายสันทนาการ อะไรงี้ เคยแต่ทำ Workshop กับเยาวชน ให้ NGO (บางกอก ฟอรัม) มาบ้าง (ก่อนจะเข้ามาอยู่คณะ) ออกแนวกิจกรรมใช้สมองมากกว่า... ตอนที่ทำก็สังเกตเหมือนกันว่า เวลาเยาวชนได้สัมผัสกับชุมชนด้วยการไปพูดคุย ซักถามคนในชุมชน ดูเหมือนเขาจะสนุกกับการเรียนรู้มาก... (ยิ่งให้เงินค่าอาหารไปซื้อกินเองในชุมชน ยิ่งสนุกกันใหญ่)

ปีก่อนเห็นการจัดค่ายที่วัฒนานคร ตั้งแต่กระบวนการการจัดตั้งแต่แรกแล้วก็คิดว่าน่าจะมีค่ายฯ รูปแบบอื่นที่คนทำไม่เป็นทุกข์ คนไปได้ประโยชน์ เลย “มโน” ว่าถ้าเรา Approach อีกแบบ ให้คนทำงานจัดกระบวนการการเรียนรู้ ให้ชุมชนเป็นครู คนเรียนรู้ได้ประสบการณ์ มันจะเกิดอะไรขึ้น... โชคดีที่ปีนี้พี่ๆ เขามาปรึกษาด้วย ก็เลยตกลงกันว่าจะทดลองดู แต่ปัญหาคือ ทำเรื่องของบฯ จากคณะหรือมหาวิทยาลัยไม่ทัน!

เรา พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการระดมทุนผ่านการขายเสื้อยืด "บอกรักหมอฟัน" ซึ่งสามารถระดมทุนได้ร่วมแสนบาทภายใน 7 วัน ทำให้เรามีสตางค์พอใช้เพื่อไปสำรวจพื้นที่ คิดงาน และเตรียมการกันอย่างอิสระ โดยไม่ต้องอาศัยเงินจากคณะ หรือมหาวิทยาลัย

เมื่อค่ายไม่ต้องอาศัยเงินจากคณะ จากมหาวิทยาลัย จึงไม่ต้องตอบโจทย์ตัวชี้วัดของคณะ แต่ตอบโจทย์ชีวิตของเราเอง เราไม่ต้องอาศัยงบขนาดมอเตอร์ไซค์ไปทำงานให้คณะในระดับรถเบนซ์ แต่เงินจากหลายๆ กระเป๋า ทำให้เรามีงบประมาณระดับรถปิ๊กอัพ ซึ่งพอที่จะไปทำงานระดับฟอร์จูนเนอร์...

เรา ไม่ได้จัดค่ายแบบ Educate (วิชาการ) หรือ Entertain (สันทนาการ) แต่ที่ภักดีชุมพลนั้น มันมีทั้งสองอย่าง ทั้ง Entertainment และ Education บางคนเขาก็เรียก Edutainment บางทีก็เรียก เพลิน (Play+Learn) ความสนุกซึ่งเกิดจากการเรียนรู้จึงเกิดขึ้น เพราะมีทั้งเล่น ทั้งเรียนจากประสบการณ์ตรงด้วยการออกหน่วย ที่มีการเตรียมความพร้อมกันเป็นอย่างดี ทั้งเรียนจากประสบการณ์ จากรุ่นพี่ จนหลายคนบอกว่า "ประทับใจ" หลายเสียงบอกว่า "อยากให้จัดค่ายแบบนี้อีก" และบางคนบอกว่าค่ายนี้ "ทำให้เห็นตัวเองในอนาคต"

ประสบการณ์การทำค่ายฯ ที่ภักดีชุมพล สอนให้รู้ว่าการรายงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเราควรรายงานกับใคร เราเลือกที่จะ รายงานตัว แบบ รายงานตรง กับ ผู้สนับสนุนค่ายฯ ที่ซื้อเสื้อเรา ซึ่งเรารายงานแบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลกับฟอนต์ หรือ Format การทำเอกสาร เราใช้ MV รายงานให้เจ้าของทุนรู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้น ถูกนำไปสร้างทันตแพทย์รุ่นใหม่ และคืนไปสู่ชุมชนในที่สุดทั้งในระยะสั้น (ตอนออกค่ายฯ) และในระยะยาว

และที่สุดของค่ายนี้คือทำให้หลายคนได้เข้าถึงความหมายของพระราชดำรัสของพระราชบิดาที่ว่า

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com